ฮือฮา!ขุดเจาะบ่อบาดาลเจอน้ำพุโซาที่ห้วยกระเจามีเหลือเฟือไม่มีวันหมด

117


กาญจนบุรี -ขุดพบแหล่งน้ำบาดาลแห่งใหม่ห้วยกระเจา รสหวานซ่าคล้ายโซดา ผสมเครื่องดื่มได้ทันที อธิบดีชี้ มีเหลือเฟือไม่มีวันหมด เตรียมทำระบบกระจายน้ำแจกจ่าย 11 หมู่บ้านแก้แล้ง

นายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผู้อำนวยการ สำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้สำรวจแหล่งน้ำบาดาลแร่ในพื้นที่บ้านทุ่งคูณ หมู่ 12 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พบแหล่งน้ำพุธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษซึ่งไม่เคยพบที่ใดมาก่อนในประเทศไทย คือ มีรสซ่า คล้ายน้ำโซดา และมีรสชาติออกหวานนิดๆ สามารถนำไปผสมเครื่องดื่มแทนน้ำโซดาได้เลย

ผู้อำนวยการ สำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กล่าวว่า พื้นที่ที่พบแหล่งน้ำแร่โซดานี้พบบริเวณที่เป็นรอยแตกของชั้นหินแปร ที่อยู่ลึกลงไปจากพื้นดิน 303 เมตร เมื่อเจาะลงไปถึง พบน้ำดังกล่าวพุขึ้นมาเองทันทีโดยพุ่งขึ้นมาในปริมาณมากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง คุณสมบัติของน้ำ ตรวจสอบเบื้องต้น โดยห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ จ.สุพรรณบุรี พบว่า มีค่า พีเฮช หรือค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 6.75 คุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำธรรมดามาก ไม่เจอสารพิษใดๆปนเปื้อน นอกจากนี้ยังพบปริมาณ ไบคาบอเนตสูง คูรสมบัติดังกล่าวนี้ ตรวจสอบในนิตสาร เมดิคอลเฮล พบว่า เป็นผลดีกับผู้ป่วยเบาหวาน หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสม

“เราพบน้ำแร่โซดาที่มีลักษณะเดียวกันนี้ 2 บ่อ ในบริเวณที่ใกล้กัน สาเหตุที่น้ำมีลักษณะ และรสชาติดังกล่าว เป็นเพราะบริเวณที่เก็กกักนั้น น่าจะมีหลายองค์ประกอบ เช่น หินอัคนี หรือหินร้อน ที่เป็นตัวทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น คือ มีอุณหภูมิอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีหินปูน ซึ่งเมื่อหินปูนโดนความร้อนก็จะคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสะสมในน้ำ เมื่อไปเจาะ น้ำจึงพุขึ้นมาได้เอง รวมทั้งมีรสซ่า อมหวาน เหมือนน้ำโซดาที่บรรจุขวดขาย สามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่ม ดื่มได้ทันที ชาวบ้านในพื้นที่ข้างเคียง เมื่อทราบว่า เราเจาะน้ำบาดาล ที่มีรสชาติคล้ายโซดา ต่างพากันสนใจ มาทดลองชิมกันจำนวนมาก”นายเกรียงศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะจัดการกับแหล่งน้ำบาดาลโซดาตรงนี้อย่างไร นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เวลานี้ เจ้าหน้าที่จะเฝ้าสังเกตดูอัตราการไหลพุขึ้นมาของน้ำก่อนว่ามีลักษณะการไหลเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม การพุ หรือไม่พุขึ้นมานั้นไม่มีความสำคัญ เพราะในที่สุดแล้ว สามารถเจาะลงไปสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ หลังจากนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำระบบการกระจายน้ำ เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ได้นำไปอุปโภคบริโภค และใช้สำหรับการเกษตร เพราะตรวจสอบแล้วพบว่าปริมาณน้ำมีมากพอสำหรับการแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงใช้ในช่วยฤดูแล้ง

เมื่อถามว่า น้ำที่มีรสซ่า และหวานสามารถใช้ในการเกษตรได้หรือ นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สามารถใช้ได้ เพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกคือ ค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 6.75 ซึ่งใกล้เคียงกับน้ำดื่มปกติมาก ทั้งนี้ในเรื่องของความซ่าจะเหมือนกับโซดาบรรจุขวดทั่วไปคือ เมื่อพุออกมาจากแหล่งใหม่ๆความซ่าจะมีอยู่ แล้วจะค่อยๆลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ด้านนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า อ.ห้วยกระเจานั้นถือเป็นพื้นที่แห้งแล้งอย่างมาก มีชื่อติดอยู่ในพื้นที่ ที่ประสบภัยแล้งทุกปี โดยเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งทีมสำรวจไปขุดเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่ มีเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่พบแหล่งน้ำบาดาลไม่น้อยกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นน้ำสะอาด และมีรสชาติค่อนข้างพิเศษเหมือนที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบก่อนหน้านี้ โดยปริมาณน้ำที่พบนั้น สามารถแจกจ่ายให้ชาวบ้านพื้นที่รอบๆจำนวน 11 หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรอีก 3 พันไร่ ได้ใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ ซึ่งพูดได้เลยว่า อ.ห้วยกระเจาจะไม่แห้งแล้งอีกต่อไป