“รสนา”เห็นด้วยใช้กัญชาเป็นอาหารสุขภาพถูกกฎหมายหนุนปลูกได้บ้านละ 6 ต้น

80

“อดีต ส.ว.รสนา” สนับสนุน อย.เปิดให้ประชาชนใช้ใบกัญชาปรุงอาหารได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต พร้อมเร่งให้ปลูกได้บ้านละ 6 ต้น ตามพรรคภูมิใจไทย หาเสียงไว้ โดยให้ลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาการหาใบกัญชามาใช้อย่างถูกต้อง

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความสนในเฟซบุ๊ก Rosana Tositrakul แสดงความเห็นสนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้กัญชาปรุงเป็นอาหารสุขภาพอย่างถูกกฎหมายโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต และสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดว่า “รสนาสนับสนุนให้ประชาชนใช้กัญชาเป็นอาหารสุขภาพอย่างถูกกฎหมาย ดิฉันได้ไปร่วมงานกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง “การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์” ระหว่างวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2564 ณ อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยในวันเปิดงาน 15 ก.พ. 2564 ประเดิมรายการแรกด้วยการเสวนาในหัวข้อ “การใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด”

ดิฉันมีโอกาสได้ไปฟังการเสวนา และได้แสดงความเห็นในตอนท้าย เรื่องที่มีการปลดล็อกใบ กิ่งก้าน รากของกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ เหลือเพียงดอกกับเมล็ดกัญชาที่ยังอยู่ในบัญชียาเสพติด ขั้นต่อไปคือ การพิจารณาปลดปล่อย ใบ กิ่งก้าน กัญชา รวมทั้งรากนำไปเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลาย อย่างถูกกฎหมายต่อไป เช่น ใบ สามารถนำมาประกอบอาหารและขนมต่างๆ ตามภูมิปัญญาไทย และสามารถดัดแปลงต่อไปใช้กับเมนูอาหารสุขภาพต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย

ดิฉันได้แสดงความเห็นท้ายรายการเสวนา ขอให้เปิดโอกาสให้แพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านสามารถปลูกกัญชาเพื่อปรุงยาเฉพาะรายสำหรับคนไข้ของตน เมื่อปลดใบ กิ่งก้าน รากกัญชาออกจากยาเสพติดแล้วก็ตาม แต่ช่อดอกกัญชา และเมล็ดยังอยู่ในบัญชียาเสพติด แม้ปลดใบ ก้าน และรากออกจากบัญชียาเสพติด แต่การซื้อใบกัญชาก็ยังต้องซื้อจากวิสาหกิจที่ปลูกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งก็ยังลักลั่นพอสมควร เพราะในที่สุดการนำใบมาประกอบอาหารก็ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าจะนำมาจากไหน และจะตรวจสอบอย่างไรว่ามาจากต้นที่ปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันจึงเสนอว่าควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปลูกคนละ 6 ต้นตามที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยหาเสียงไว้ โดยให้ประชาชนที่ต้องการปลูกไปลงทะเบียนกับหน่วยราชการในท้องถิ่น เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. เป็นต้น เมื่อกัญชาออกดอกก็นำมามอบให้กับ รพ.สต.เพื่อส่งต่อมาให้สถาบันกัญชาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้ประโยชน์ทางยาต่อไป

นอกจากนี้ ดิฉันเห็นว่าเมื่อปลดล็อกใบ ก้าน รากของกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว หากประชาชนนำไปปรุงอาหารขาย ถ้าจะมีการอบรมหลักสูตรการปรุงอาหารจากกัญชา ก็ขอให้เป็นการอบรมให้ความรู้ ไม่ควรออกเป็นกฎเกณฑ์ต้องมีใบอนุญาตในการใช้ปรุงอาหาร น่ายินดีที่วันต่อมารองเลขาธิการอาหารและยา (อย.) ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ประชาชนที่นำใบกัญชาไปปรุงอาหาร ไม่ต้องทำรายงานใดๆ ส่ง อย.

ดิฉันขอสนับสนุน อย.ที่ประกาศให้ประชาชนสามารถปรุงอาหารจากกัญชาได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตอีก และสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน”