ศรีไม่ทน!ยื่น ป.ป.ช. สอบ “สิระ” ทำเหรียญหลวงพ่อป้อม ส่อขัดรธน. ม.114 -ผิดจริยธรรมร้ายแรง

226


“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช. สอบ “สิระ” ทำเหรียญหลวงพ่อป้อม ส่อขัดรธน. ม.114 -ผิดจริยธรรมร้ายแรง เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดํารงตําแหน่ง ขอให้พิจารณา ส่งศาลลงโทษ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและมีความเห็นกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดทำเหรียญทองคำรุ่น “หลวงพ่อป้อม” และรุ่น “ป่ารอยต่อ” ที่นำมาแสดงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 17 ก.พ.64 ที่ผ่านมาว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

เนื่องจากนายสิระได้ออกมาแถลงว่าการจัดทำเหรียญรูป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้รับอนุญาตจาก พล.อ.ประวิตรเรียบร้อย และท่านไม่ได้ว่าอะไร และตนได้นำเหรียญไปให้ พล.อ.ประวิตรดู ซึ่งท่านได้เป่าพร้อมให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้คุ้มครองแคล้วคลาดจากศัตรูและคู่อริ

แต่ทว่าเมื่อเย็นของวันเดียวกัน สื่อมวลชนกลับรายงานว่า พล.อ.ประวิตรไม่รู้เรื่องและไม่เคยให้คำแนะนำการจัดทำเหรียญดังกล่าว และนายสิระไม่เคยมาปรึกษา และก็ไม่ได้เห็นด้วยที่จะให้ทำเหรียญดังกล่าว และอย่าเอาตนไปเกี่ยวข้อง ไม่สนับสนุน

กรณีดังกล่าว เป็นการชี้ให้เห็นว่า การนำเหรียญทองดังกล่าวมาแถลงข่าวในบริเวณรัฐสภาของนายสิระ ถือว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตน มิได้เป็นประโยชน์ใดๆแก่ประเทศชาติ อีกทั้งเป็นการให้ข้อมูลอันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน เพียงเพราะต้องการสร้างข่าวให้เกิดความหวือหวาหรือเพื่อการเป็นข่าวเท่านั้น ซึ่งมิได้เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อสาธารณชนหรือประเทศชาติแต่อย่างใด

ซึ่ง ส.ส. เป็นบุคคลที่ประชาชนเลือกให้เข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ซึ่งควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและหรือประเทศชาติ ตามที่สังคมไทยให้ความไว้วางใจเลือกตั้งให้เป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่อันทรงเกียรติ

แต่ทว่ากลับมาดำเนินการจัดทำเหรียญทองคล้องคอแล้วนำมาอวดมาโชว์ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส.แต่อย่างใด อีกทั้งรัฐธรรมนูญ ม.114 บัญญัติ ส.ส.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ ของใคร แต่นายสิระ ทำเหรียญยกยอบิ๊กป้อมเช่นนี้ จะให้สังคมคิดเช่นไร

การกระทำดังกล่าวจึงอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 15 และข้อ 17 ที่ว่า “ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน” “ต้องให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน” และ “ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง”

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นในกรณีดังกล่าวว่าเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่อย่างไร หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ดำเนินการส่งให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษตามครรลองของกฎหมาย