หมอเตือนเปิบ”เมนูกัญชา”ต้องระวังปรุงผ่านความร้อน-น้ำมันอาจทำให้รับสารมึนเมามากขึ้น

38

แพทย์เตือนกิน”เมนูอาหารกัญชา”ต้องระวัง นำใบปรุงแบบผ่านความร้อน-น้ำมัน อาจทำให้สกัดได้รับปริมาณ THC สารมึนเมามากขึ้น แนะก่อนเลือกซื้อกินต้องตรวจสอบส่วนผสม-แหล่งที่มาใบกัญชาให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้จัดการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า กัญชาจะมีสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ CBD และTHC ซึ่งสาร THC ในกัญชาทำให้มึนเมา เคลิ้ม โดยแต่ละส่วนของกัญชาจะมีสาร THC ต่างกัน ส่วนที่มี THC เข้มข้นสูงไม่ค่อยดีนักในแง่นำมาใช้ เพราะทำให้เป็นพิษและเมาได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กฎหมายอนุญาตให้นำบางส่วนมาใช้ในการปรุงอาหารได้ เฉพาะส่วนที่มี THC น้อย ห้ามนำส่วนที่มี THC มากมาใส่อาหาร อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของใบกัญชาตามที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งจะมีสารเมา THC ต่ำ แต่ในการกินจะต้องระวัง การใส่ใบปริมาณมากอาจทำให้สารเมาสะสมได้เพิ่มขึ้ นอกจากนี้ ประชาชนไม่ควรปลูกกัญชาเพื่อนำมาปรุงอาหารเอง เนื่องจากการปลูกตามกฎหมายจะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน ไม่ใช่ทุกคนสามารถปลูกเพื่อนำมาทำอาหารได้

รศ.พญ.รัศมน กล่าวว่า การนำใบกัญชามาปรุงอาหาร เมื่อใบกัญชาผ่านความร้อน สาร THC จะออกฤทธิ์มากกว่า เพราะฉะนั้น การปรุงใบกัญชาเป็นอาหารด้วยวิธีการที่ผ่านความร้อนจะต้องระมัดระวัง ยิ่งการนำใบมาผัดผ่านน้ำมันจะยิ่งอันตราย เพราะมีทั้งผ่านความร้อนและน้ำมัน ที่จะทำให้สกัดสารได้มาก อาจมีผลให้ได้สารเมาปริมาณมากขึ้น จึงต้องระมัดระวัง แม้ว่าบางส่วนของกัญชามีร้อยละของปริมาณสารเมาน้อย แต่ถ้าใช้ปริมาณมาก ปริมาณสารเมาก็เพิ่มขึ้นได้ ถ้าจะเอาอะไรเข้าสู่ร่างกาย ก็ต้องใช้จากที่ได้มาตรฐานและระมัดระวังอย่างดี

“กัญชาคือสารชนิดหนึ่ง เมื่อเอาเข้าสู่ร่างกายทำให้มีฤทธิ์ที่ทำให้มึนเมาได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ให้ปลอดภัย ต้องรู้แหล่งที่มา รู้ให้ชัดว่าภายในมีอะไรเป็นส่วนผสมอย่างไรบ้าง หากสงสัยให้สอบถามตรวจสอบไปยัง อย. ก่อน ซึ่งขณะนี้อาหารผสมใบกัญชาคนอยากลอง เพราะเป็นของใหม่ในประเทศ แต่อะไรที่ดูน่าลองก็พยายามสังเกตว่าได้รับการอนุญาตที่ถูกต้องหรือไม่ เราเป็นผู้บริโภคเรากำลังจะรับบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน โดยกลุ่มที่ควรระมัดระวัง คือ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเยาวชน และผู้สูงอายุ ไม่ควรลอง เพราะจะมีความเปราะบางรับสารมืนเมาได้” รศ.พญ.รัศมนกล่าว

ด้านนายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้รับผิดชอบโครงการเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัย จากยาเสพติดโดยกลไกเครือข่ายภาคประชาชนร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดและสร้างชุมชนสุขภาวะ กล่าวว่า จากการทำงานการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและชุมชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติด ขณะนี้เรื่องกระแสอาหารที่ประกอบด้วยใบกัญชา ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมที่ทำงานเรื่องยาเสพติดได้มีการพูดคุยกันและเห็นว่ามีสถานการณ์ที่น่าห่วงใยซึ่งเป็นมุมมองที่ชาวบ้านสะท้อนมาคือ คนในสังคมมองว่ากัญชาปลดล็อคแล้ว แต่จริงๆ ยังไม่ปลดทั้งหมด แต่อนุญาตให้ใช้เฉพาะบางคนและบางส่วนของกัญชาเท่านั้นแต่ยังห่วงอาจเป็นช่องทางเด็กเยาวชนยกระดับพฤติกรรมสู่การเสพ