เงินสะพัดเมืองสุรินทร์แห่ใช้สิทธิ์โครงการ”เราชนะ”คึกคักซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภค

97


สุรินทร์-บรรยากาศการใช้จ่ายผ่านโครงการ”เราชนะ”หลังมีการจ่ายเงินงวดแรก 2,000 บาท ประชาชนส่วนใหญ่แห่ไปใช้สิทธิ์สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัด

หลังจากที่ประชาชนได้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” จะได้รับการโอนวจากรัฐบาลในวงเงินสิทธิ์ครั้งแรก 2,000 บาท ล่าสุดที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ มีประชาชนต่างพากันออกมาจับจ่ายสินค้า ซึ่งมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ นำเอา ป้ายที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง โครงการเราชนะ และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาติดไว้บริเวณร้าน เพื่อให้ประชาชน ได้เลือกใช้สิทธิแต่ละโครงการ ซึ่งการเลือกซื้อสินค้า ในวันแรกหลังจากที่ได้รับเงินจากโครงการเราชนะ ประชาชนต่างได้พากันออกมาเลือกซื้อสินค้า โดยส่วนใหญ่ จะเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันบ้าง บางรายมาซื้อสิ้นค้าเตรียมที่จะขายของ

อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ต้องผิดหวัง เมื่อในช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบบ ผู้ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง และ เราชนะ ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ว่า ระบบล่มไม่สามารถใช้งานได้ โดยเมื่อกดเข้าไปจะขึ้นข้อความว่า ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมาก กรุณาลองใหม่อีกครั้งภายหลัง จึงทำให้ไม่สามารถใช้เงิน ผ่านโครงการเราชนะได้ บางรายใช้เวลาอยู่นานเข้าระบบหน้าร้านหลายครั้งจึงสำเร็จ บางรายสแกนใช้จ่ายไม่ได้ สุดท้ายควักเงินสดซื้อของ

ชาวบ้านรายหนึ่งที่มีสิทธิโครงการเราชนะ กล่าวว่า” หลังจากที่ได้รับสิทธิ โดยมีเงินโอนเข้า จำนวน 2000 บาท ตั้งใจ ที่จะมาซื้อสินค้าโดยเลือกซื้อสินค้าที่ใช้ในชีวิต ประจำวันและเครื่องครัวเตรียมไว้ขายของ ต้องใช้เวลาอยู่นานหลายครั้ง จึงสแกนสำเร็จ แต่บางราย ต้องผิดหวังเนื่องจากระบบล่ม จึงต้องจ่ายเงินสดแทน

ขณะที่เจ้าของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า หลังจากที่เงินโอนให้ประชาชน มีลูกค้า มาเลือกซื้อสินค้า โดยส่วนใหญ่ เลือกซื้อสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์ขายของ ซึ่งในช่วงเช้า มีกว่า 10 ราย ที่ทำการซื้อสินค้าผ่านระบบ เป๋าตัง ได้ แต่หลังจากนั้น ระบบล่ม ไม่สามารถใช้การได้ ส่งผลทำให้ลูกค้าที่มาซื้อคืนสินค้า หลังจ่ายผ่านระบบไม่ได้

ในส่วนของบรรยากาศในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บริเวณหน้าศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านแห่มาเข้าคิวให้เจ้าหน้าช่วยลงทะเบียนในเว็ปไซด์เราชนะ ในวันที่ 4 โดยเข้าแถวรอคิวกันยาวเหยียดมีเจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทยคอยดูแลให้คำปรึกษา ก่อนรอเจ้าหน้าที่เรียกตามบัตรคิวเข้าไปลงทะเบียนภายในอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ หรือชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านในชนบท ที่ไม่สามารถลงทะเบียนเองได้ ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือแบบสมารท์โฟน เพื่อหวังรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 7,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทยคอยดูแลให้คำปรึกษาถึงวันที่28 ก.พ.2564 นอกจากนั้นก็จะให้ประชาชนเข้าติดต่อกับธนาคารต่อไป