วัดป่าศรีสะเกษเปิดอุทยานพระธรรมโมลีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติดึงญาติโยมเข้าวัด

70

วัดป่าเปิดอุทยานพระธรรมโมลีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทำบุญสืบสานศาสนาพุทธให้ยืนยาว
โน้มน้าวชาวบ้านให้ได้เข้าใกล้ชิดพระศาสนาพุทธมากขึ้นตลอดทั้งพักผ่อนหย่อนใจคลายทุกข์

โดย… เสนาะ วรรักษ์

ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์กับวิกฤติการแพร่ระบาดอีกระลอกของเชื้อโควิด 19 ได้มีประชาชนหันหน้าเดินทางมาวัดมากขึ้น ทั้งคณะทัวร์ทำบุญ 9 วัด วัดป่าพิมลมังคลาราม ได้ถูกบรรจุเข้าในรายการท่องเที่ยวด้วย เมื่อมาแล้วนักท่องเที่ยวสายบุญต่างพึงพอใจ ในธรรมชาติโดยแท้ที่ไม่ได้มีการปรุงแต่งขึ้น

พระศรีญาณวิเทศ(พิมลยานวิมโล ปธ9) เจ้าอาวาสวัดป่าพิมลมังคลาราม

พระศรีญาณวิเทศ (พิมลยานวิมโล ป.ธ 9 เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน วัดป่า พิมลมังคลราม บ้านโนนแดงโนนม่วง ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กล่าวถึงที่มาของการสร้างวัดป่าแห่งนี้ ว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาความประสงค์ของชาวบ้าน ย้อนลงไปเมื่อ 30 ปี อาตมาสอบได้และเรียนจบบาลี ปี 2536 ชาวบ้านได้เดินทางมาปรึกษาที่วัดปากน้ำ ว่า หมู่บ้านนี้ยังไม่มีวัด ชาวบ้านที่ต้องการทำบุญ หรือ มีเทศกาลงานบุญก็ต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านอื่น อาตมาจึงถามชาวบ้านว่า มีพื้นที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านได้บอกว่า มีที่โนนกลางซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวบ้านใช้ทำมาหากิน

ชาวบ้านได้ถวายที่ตรงนี้ให้อาตมาได้สร้างวัด ประมาณ 30 กว่าไร่ และให้อาตมาเป็นผู้ดูแล และได้เริ่มก่อสร้างหลังจากนั้น ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปี ก่อน ถ้าไม่ปักมุดว่าที่แห่งนี้จะสร้างวัด ต้นไม้ ป่าไม้แห่งนี้ก็คงไม่เหลือ คงจะกลายเป็นทุ่งนา หรือ ไร่สวนไปแล้ว เมื่ออาตมาได้เดินทางมาดูที่แห่งนี้แล้ว รู้สึกสดชื่น และจะปักมุดต่อไปว่า ควรเป็นพื้นที่อนุรักษ์ อนุรักษ์ป่าไม้ ต้นไม้ และลำห้วย ซึ่งเป็นลำห้วยสำราญรอบวัด ป่าไม้แห่งนี้ยังเป็นแหล่งอาหารให้กับชาวบ้าน ร่วมไปถึงยังเป็นแหล่งโอโซนไว้สูดอากาศบริสุทธิ์อีกด้วย

สำหรับสะพานแขวนข้ามห้วยสำราญ สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านได้ข้ามไปกราบไหว้ปู่ตา จากความเชื่อดั้งเดิม ชาวบ้านก่อนที่จะสร้างบ้าน ก็จะมีศาลปู่ตาซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน จนมาถึงปัจจุบันก็ยังมีการเคารพบูชาศาลปู่ตา ทางวัดจึงได้ทำการเชื่อมจากวัดไปหาศาลปู่ตา โดยการสร้างสะพานแขวน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่อกราบไหว้พระในวัดแล้ว ยังสามารถเดินข้ามสะพานไปขอศีล ขอพร กราบไหว้บูชา ศาลปู่ตาที่ตั้งออยู่บริเวณหนองหินได้อีกด้วย โดยจะเห็นว่า ภายในวัดนั้นมีแต่สะพาน ซึ่งความหมาย ก็คือว่า ไม่ใช่จะเชื่อมเฉพาะในด้านกายภาพ แต่ยังเชื่อมสู่จิตใจของคน เชื่อมต่อวัฒนธรรม เชื่อมต่อระหว่างวัดกับชุมชนและชาวบ้าน เป็นการสร้างความรักสามัคคี

ส่วนอุทยานพระธรรมโมลี ความเป็นมา คือ อาตมาได้นำคำสองคำมาร่วมกัน คำที่หนึ่งเกิดจากท่านนายอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งได้เดินทางมาเห็นสถานที่วัดแห่งนี้ก็เลยบอกกับ อัตตมา ว่า สถานที่ตรงนี้น่าจะเป็นที่ปฏิบัติธรรม จึงได้คำที่หนึ่ง ว่า ธรรม และหลวงพ่อธรรมโมลี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาคที่ 11 อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เป็นพระเถระที่อัตตมาให้ความเคารพนับถือก็เลยเอาสองคำนี้มาร่วมกัน เป็น “อุทยานพระธรรมโมลี” อ่านว่า (อุท-ทะ-ยาน-พระ-ธรรม-มะ-โม-ลี)

ซึ่งภายในอุทยานแห่งนี้ ก็จะมีสถานที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เดินตามสะพาน ชมทุ่งนาที่ปลูกข้าวไรท์เบอลี่ ชมทุ่งดอกคอสมอส หรือ ดอกดาวกระจาย และทุ่งกระเจียว ตอนนี้มีอยู่ 3 แห่ง ซึ่งในภายภาคหน้าก็จะมีการเพิ่มเติมมากกว่านี้ โดยสิ่งเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้วัดนั้นเกิดความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย คนที่เดินทางมาสามารถพักผ่อนหย่อนใจ มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และเป็นสิ่งจูงใจให้ประชาชนหันหน้าเข้าวัด

จากที่ปรับภูมิทัศน์รอบวัดแบบนี้แล้ว อาตมารู้สึกว่า วัดทั่วๆ ไปก็จะมีคนเฉพาะกลุ่ม ก็คือกลุ่มของผู้ที่ปฏิบัติธรรม ผู้ถือศีล เพื่อที่จะเข้าวัดไปนั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ พอปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์รอบวัด รู้สึกว่า จะได้คนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หนุ่ม-สาว มาถ่ายภาพเซลฟี่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ ทุกคนหันมาเดินเล่นในวัด มาเดินสะพาน มาชมทุ่งดอกไม้ มานั่งสูดโอโซนอากาศบริสุทธิ์ จึงครอบคลุมได้หมดทั้งกลุ่ม ที่จะเข้าวัดมาเพื่อทำบุญแล้ว ยังสามารถท่องเที่ยวพักผ่อนภายในวัดได้อีกด้วย

วัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ เดินชมป่าธรรมชาติรอบวัด
อนึ่ง ภายหลังจาก สะเก็ดข่าว ได้เผยแพร่ภาพออกอากาศ การเปิดสะพานแขวนำปแล้ว ได้มรนักท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศทั้งไทยและต่างประเทศ ทะยอยมา นมัสการ หลวงพ่อขอพรให้เกิดความศิริมงคลแก่ชีวิต และเดินเที่ยวชมธรรมชาติ