“สาละวิน เลือด” ชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีตาย ทหารเมียนมา ใช้เครื่องบินยิงโจมตี อย่างรุนแรง

72


“สาละวิน เลือด” ชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีตาย

ทหารเมียนมา ใช้เครื่องบินยิงโจมตี อย่างรุนแรง

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา จากการที่กองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ KNU(The Karen National Union) สังกัดกองพล 5 ซึ่งมีฐานปฎิบัติการพื้นที่แถบเมืองผาปูน รอยต่อระหว่างจังหวัดตากกับแม่ฮ่องสอน โดยทหารกะเหรี่ยง KNU กองพล 5 ได้เข้าโจมตีและยึดฐานทหารเมียนมา แห่งหนึ่งได้ แต่ต่อมาทหารเมียนมา ได้ส่งเครื่องรบมายิงโจมตีทิ้งระเบิดเพื่อตอบโต้ ทำให้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงเกิดความสูญเสีย คราบเลือด และน้ำตา และพบกับความทุกข์ยาก ต้องหนีตายข้ามแม่น้ำสาละวินเพื่อขออพยพหนีภัยสงครามมาฝั่งประเทศไทย ทำให้แม่น้ำสาละวิน ที่เงียบสงบมานานต้องเกิดเป็นแม่น้ำแห่งสงคราม อีกครั้ง กลายเป็ฯสงคราม กลิ่นไอปืน และคาวเลือด

ทหารเมียนมา ได้ใช้ความรุนแรงทางอากาศ ตอบโต้ทหาร KNU ซึ่งผลของปฎิบัติการเครื่องบินโจมตีทางอากาศที่รวดเร็ว ส่งผลทำให้ชนชาวกะเหรี่ยงที่เป็นชาวบ้าน เดือดร้อนหนัก ผู้หญิง เด็กๆ คนแก่ ต้องลงไปอยู๋ในหลุมหลบภัย และต้องหนีข้ามแม่น้ำสาละวิน มาฝั่งไทย เพื่อเอาชีวิตรอด แบบทุลักทุเล

 

ผู้อพยพชาวกระเหรี่ยง หนีตายจากสงครามและการสู้รบ ทหารเมียนมาใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด ใส่ ฐานที่มั่นทางกำลังทหารและบ้านเรือนของชาวบ้าน ทำให้ เเถบลุ่มเเม่น้ำสาละวิน ซึ่งอยู่แนวชายแดน ห่างจาก อ.แม่สอด จ.ตาก กับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 250 กิโลเมตร เห็นชาวบ้านอพยพหนีตายอย่างน่าสงสาร และเดือดร้อน มาก หอบลูกจูงหลาน คนเเก่ สตรี คนป่วย คนบาดเจ็บ ต้องหนีจากบ้านเกิดที่พวกเขาอยู่อาศัย เพื่อจะข้ามมาฝังไทย เพื่อขอพึงพิงพักพิงหลบหนีภัยสงครามและคาวเลือด

กองทัพอากาศเมียนม่าได้ทิ้งระเบิดเพลิงกลาง หมู่บ้าน โรงเรียน โบสถ์ ฯลฯ ทำให้ มีคนตาย และมีคนได้รับบาดเจ็บ จำนวนมาก กะเหรี่ยงไม่มีทางสู้ เหมือนคนชาวเมียนม่าที่กำลังต่อสู้กับระบบเผด็จการทหารเมียนมาในประเทศ เป็นการต่อสู้ เพื่ออิสรภาพในความเป็นมนุษย์ ที่อยู่ภายใต้ปลายกระบอกปืน ในนครหลวงกรุงร่างกุ้ง และเมืองสำคัญๆ ในสหภาพเมียนมา ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางการไทย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ชนชาวกะเหรี่ยงที่อพยพหนีภัยสงคราม ตามหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน