ไม่ออกไม่เลิก!‘จตุพร’เชื่อมวลชนมากันมืดฟ้ามัวดิน 4/4/4 ขับไล่‘ประยุทธ์’

165


ประธาน นปช. จตุพร พรหมพันธุ์ เชื่อประชาชนจะมาร่วมอย่างมืดฟ้ามัวดิน การชุมนุมในรหัส 4/4/4 ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยันไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลัง ยึดมั่นแนวทางหรือรูปแบบพฤษภา 35

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2564 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ถึงการชุมนุมของประชาชนในรหัส 4/4/4 วันที่ 4 เมษา เดือน 4 เวลา 4 โมงเย็น ว่า เชื่อประชาชน จะมาร่วมอย่างมืดฟ้ามัวดิน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และไม่ทนอยู่ภายใต้การปกครองของพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพวกอีกต่อไป เป็นการชุมนุมสามัคคีประชาชน ไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลัง

โดยยึดมั่นแนวทางหรือรูปแบบพฤษภา 35 ที่ต่อสู้กับรัฐบาลตระบัดสัตย์ที่ใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ ซึ่งตนจะไปร่วมงานตามคำชวนของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ในนามปัจเจกไม่เกี่ยวกับองค์กรใด โดยการจัดงานได้ขออนุญาตถูกต้อง และไม่มีการเคลื่อนกำลังไปจุดใด ดังนั้นรัฐบาลควรอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยร่วมกัน การระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศมานั้นเป็นความขี้กลัวและวิตกจริตเกินเหตุ

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตนต้องการสื่อสารเรื่องรัฐธรรมนูญ การทุจริต การสืบทอดอำนาจ ปัญหาสังคม การบริหารเศรษฐกิจที่เหลวแหลกภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยภาษาแบบวิญญูชนและใช้สันติวิธีในการชุมนุม และเพื่อบอกว่า การใส่ร้ายทำลายตนด้วยการ กล่าวหาว่าย้ายขั้ว สลับร่างไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดฝ่ายเผด็จการ และรับงานมาทำลายคนเสื้อแดงและยังทำโพลให้บรรลุเป้าหมาย เป็นข้อกล่าวหาที่เจ็บปวดและทั้งหมดเป็นความเท็จ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนสบายใจว่าเราปฎิบัติตามกฎหมาย มีการตรวจโควิดทุกขั้นตอน จึงขอให้ตำรวจมาร่วมตรวจอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจต่อกันว่าเป็นการร่วมตัวของประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข

“ผมเชื่อว่า วันที่ 4/4/4 คนจะมาล้น ถ้าคนไม่เห็นชอบด้วย ผมและนายอดุลย์ ต้องพิจารณาตัวเอง แต่ถ้าประชาชนประกาศไม่ทนให้ประเทศไทยถูก พล.อ.ประยุทธ์ ปกครองอีก 6 ปี ในวันพรุ่งนี้จะเกิดความสามัคคีกัน และคนที่ยืนอยู่แถวหน้าของแต่ละฝ่ายต้องทนแบกรับกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต้องแลกกับการอยู่หรือไปของ พล.อ.ประยุทธ์ และกำลังหารือว่าอาจจะชุมนุมต่อในวันที่ 7 และ 8 เม.ย. หรือวันต่อไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจกันของประชาชน

ส่วนที่คิดว่าการทำลายล้าง หรือฆ่าตนแล้วสถานการณ์นี้จบนั้นคิดผิด หากอยากทำลายก็ทำลายไป แต่ยืนยันว่าจะขับไล่ จะต่อสู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ คนหนุ่มสาวที่สูญสิ้นอิสรภาพอยู่ในเรือนจำพิเศษ หรือในสถานคุมขัง จะได้รับอิสรภาพ ซึ่งตนภาวนาให้เป็นความจริง เพราะคนหนุ่มสาวที่หลงเชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะไม่เอาผิดตามมาตรา 112 แต่ต่อมากลับเอาผิด ได้รับผลกระทบทั้งขึ้นทั้งล่อง ทำให้อนาคตของชาติถูกจับขังคุก ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯต่อไป”

นายจตุพร ระบุอีกว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ยึดมั่นคำสัญญา ไม่สืบทอดอำนาจ ไม่ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เอาเปรียบ เหมือนพินัยกรรมบาป พวกเราคงไม่มีวันต้องออกมาต่อ แต่วันนี้สถานการณ์ของประเทศเดินมาไกลและเราทนมากแล้ว การชุมนุมครั้งนี้เป็นเรื่องระหว่างประชาชนกับพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนเสียงที่มีคนออกมาปกป้องพล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวละครที่ทำให้แต่ละรัฐบาลก่อนหน้านี้พังพาบมาตามลำดับ จนมาอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตนไม่อยากแช่ง ไม่อยากทำนาย แต่ดูอาการแล้วรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับประยุทธ์