ถนนทุกสายทั่วเมืองใหญ่เมียนมาเงียบสนิท!ประชาชนต่างอยู่บ้านไว้อาลัยเหยื่อคมกระสุนกองทัพกว่า700ศพ



ประชาชนประท้วงด้วยความเงียบอยู่กับบ้านเพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 คน ที่ถูกเข่นฆ่าในการประท้วงต่อต้านการนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ส่งผลทำให้ถนนทั่วเมืองใหญ่ต่างไร้รถวิ่งบนท้องถนน

รอยเตอร์รายงานว่าประชาชนชาวเมียนมาจำนวนมากที่รู้สึกไม่พอใจกับการกลับมาของการปกครองของทหารหลังรัฐบาลพลเรือนนำโดยอองซานซูจีบริหารประเทศอยู่ 5 ปี ได้รวมตัวลงถนนชุมนุมประท้วงกันไม่เว้นวัน ขณะที่นักเคลื่อนไหวพยายามคิดหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านต่อต้าน ท่ามกลางการปราบปรามที่ทวีความรุนแรงขึ้นของกองกำลังความมั่นคง

“มาทำให้ถนนเงียบกันเถอะ” เอ ตินซา หม่อง แกนนำการชุมนุมประท้วงโพสต์ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก

“เราต้องประท้วงด้วยความเงียบเพื่อแสดงความเสียใจต่อผู้ที่สละชีวิตของพวกเขา เสียงที่เงียบที่สุดคือเสียงที่ดังที่สุด” เอ ตินซา หม่อง กล่าว

วันนี้ (16) เป็นวันที่ 4 ของเทศกาลวันปีใหม่ตามพุทธศาสนา หรือที่เรียกว่าเทศกาลติงยาน แต่ในปีนี้คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงที่จะจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อมุ่งเน้นไปที่การรณรงค์ต่อต้านนายพลที่โค่นล้มรัฐบาลของซูจี

ผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งระบุว่า ถนนหนทางในนครย่างกุ้งมีแต่ความว่างเปล่า ขณะที่สื่อรายงานว่ามีผู้ชุมนุมประท้วงสวมชุดดำรวมกลุ่มเดินขบวนขนาดเล็กใน 6 เมือง ส่วนที่เมืองมยินจาน มีรายงานว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 2 คน

กองทัพยังไล่ปราบปรามนักวิจารณ์ และเผยแพร่รายชื่อบุคคลที่รัฐต้องการตัวมากกว่า 200 คน ภายใต้กฎหมายที่ทำให้บุคคลเหล่านี้มีความผิดจากการจากการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ขัดขืนคำสั่งหรือการละทิ้งหน้าที่

แกนนำการชุมนุมประท้วง 2 คน ถูกจับกุมตัวเมื่อวันพฤหัสฯ (15) พร้อมด้วยนักแสดงและนักร้อง ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นที่รู้จักจากการพูดต่อต้านการรัฐประหาร ด้านสำนักข่าวเมียนมาร์ นาว รายงานว่า ในค่ำวันพฤหัสฯ ทหารได้บุกเข้าไปที่วัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์ และจับกุมคน 2 คน

กลุ่มที่มีชื่อว่ากองทัพสหพันธรัฐอิรวดี (Ayeyarwaddy Federal Army) ระบุในหน้าเพจเฟซบุ๊กว่า กลุ่มมีเป้าหมายที่จะต่อสู้กับทหารเพื่อฟื้นฟูรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและปกป้องประชาชน และเรียกร้องอาสาสมัคร แต่กลุ่มไม่ได้ให้รายละเอียดว่าพวกเขาจะรับมือกับกองทัพที่เชี่ยวชาญและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันอย่างไร

แรงกดดันจากนานาชาติต่อกองทัพกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรัฐบาลตะวันตก โดยสหภาพยุโรปเห็นชอบที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับบุคคลอีก 10 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับการรัฐประหาร และกำหนดเป้าหมายที่ธุรกิจ 2 แห่ง ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพ

ขณะที่สหภาพยุโรปนั้นมีมาตรการห้ามการค้าอาวุธกับพม่าอยู่แล้ว และได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 11 คนไปเมื่อเดือนก่อน แต่การตัดสินใจกำหนดมาตรการโจมตี 2 บริษัท ถือเป็นการตอบสนองที่สำคัญที่สุดของกลุ่มนับตั้งแต่การรัฐประหาร

นักการทูตของสหภาพยุโรปกล่าวกับรอยเตอร์ในเดือน มี.ค. ว่า กิจการบางส่วนของกลุ่มบริษัททหารที่ประกอบด้วยบริษัทเมียนมาร์ อีโคโนมิก โฮลดิ้ง (MEHL) และบริษัทเมียนมาร์ อีโคโนมิก คอร์เปอเรชั่น (MEC) จะตกเป็นเป้าหมายที่ห้ามนักลงทุนและธนาคารของสหภาพยุโรปดำเนินธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท POSCO Coasted&Color Steel Co Ltd (POSCO C&C) ของเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า บริษัทจะยุติการร่วมทุนกับบริษัท MEHL ความเคลื่อนไหวที่หาได้ยากจากบริษัทในภูมิภาคเอเชีย

แต่บริษัท POSCO C&C ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าบริษัทจะยุติการร่วมทุนอย่างไร แต่โฆษกของบริษัทกล่าวกับรอยเตอร์ว่า แม้บริษัทกำลังจะยุติความสัมพันธ์ในการร่วมทุน แต่บริษัทไม่ได้ถอนตัวออกจากพม่า

ทั้งนี้ ผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พยายามผลักดันให้มีการเจรจาระหว่างฝ่ายต่างๆ ของพม่า จะพบหารือกันในอินโดนีเซียในวันที่ 24 เม.ย.นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ ตามการรายงานของสื่อไทยและอินโดนีเซีย

สื่อของไทยระบุว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว แต่สำนักข่าวจาการ์ตาโพสต์ระบุว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าการประชุมสุดยอดนี้จะมีตัวแทนจากรัฐบาลทหารหรืออดีตรัฐบาลเข้าร่วมหรือไม่.