หนุ่ม อบต.กงพานเมืองศรีสะเกษทำฟาร์มเลี้ยงแพะอาชีพเสริมสร้างรายได้ครอบครัว



 หนุ่ม อบต.ศรีสะเกษใช้เวลาเลิกงาน เข้าฟาร์มเลี้ยงแพะ

แทนการออกนอกบ้าน เพื่อเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัว

โดย….เสนาะ วรรักษ์/ศรีสะเกษ

นายเทพนิมิตร เป็นไทย อายุ 27 ปี ชาวบ้านกงพาน ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซื้อแพะมาเลี้ยงเสริมรายได้ในครอบครัว เป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกงพาน เมื่อเลิกจากงาน และวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะเข้ามาที่ฟาร์มทำการสูบน้ำจากสระเพื่อมารดหญ้าพันธุ์เนเปียร์ ที่ปลูกไว้เลี้ยงแพะ แล้วก็ตัดหญ้าที่ปลูกไว้ เอาไปให้แพะกิน โดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งทำเป็นคอกขังเอาไว้ ส่วนหนึ่งจะทำเป็นโรงเรือน ยกพื้นสูง มุงหลังคากันแดด ลม ฝน ทำบันไดให้แพะขึ้นไปนอนตอนกลางคืน


นายเทพนิมิตร เป็นไทย เปิดเผยถึงแรงบรรดารใจที่ได้มาเลี้ยงแพะ ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานด้านการเกษตร ที่จัดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งภายในงานมีเกษตรกรรายหนึ่งได้นำแพะมาแสดงการเลี้ยงแพะ และเห็นเขาเอาลูกแพะให้ผู้ที่มาชมงาน นำไปป้อนนมแล้วต้องจ่ายเงิน เห็นเป็นรายได้ เกิดความสนใจจึงได้สอบถามพร้อมกับศึกษากับเกษตรกรคนนั้น และเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะอีกหลายคอก

เทพนิมิตร เป็นไทย เจ้าของฟาร์มแพะ

จนคิดว่าตัวเองสามารถนำแพะมาเลี้ยงได้แล้ว จึงขอซื้อจากเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะมาลองเลี้ยงดู โดยเริ่มต้นจากการนำแพะแม่ท้องลูกผสม สายพันธุ์บอร์ ( Bore) จำนวน 5 ตัว ในราคาตัวละ 6,500 บาท หลังจากที่แม่แพะได้ออกลูกมาเห็นว่าลูกแพะน่ารักดี ก็ไปหาซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขณะนี้เลี้ยงแพะมา 1 ปี มีแพะอยู่จำนวน 48 ตัวแล้ว

สุบัน แก้วสมุทร ผู้ใหญ่บ้านกงพาน

ส่วนในการจำหน่าย ก็จะจำหน่ายเป็นแพะลูกขุน ซึ่งพ่อค้าจะรับซื้อกิโลกรัมละ 135 บาท ซึ่งแพะตัวหนึ่งก็มีน้ำหนัก 10-25 กิโลกรัม แล้วแต่ความต้องการของพ่อค้า และอีกแบบหนึ่งก็จะจำหน่ายเป็นแม่พันธุ์ ซึ่งก็จะอยู่ที่ความสวยงามของแม่พันธุ์ด้วย ถ้าขายแม่แพะแม่พันธุ์ราคาก็จะอยู่ที่ตัวละ 7,000-8,000 บาท ส่วนแพะแม่ท้องราคาก็จะอยู่ที่ 9,000-10,000 บาท ต่อตัวเลยที่เดียว

ด้าน นายสุบัน แก้วสมุทร ผู้ใหญ่บ้านกงพาน ซึ่งเป็นน้าของนายเทพนิมิตร ที่มีส่วนส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเลี้ยงแพะกล่าวว่า เป็นสายสานต่อจากโครงการกงพานโมเดล โดยจะทำเป็นรูปแบบ เห็นเป็นรูปธรรม สามารถหยิบจับได้ เช่นตัวอย่างการเลี้ยงแพะ ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ทางชุมชนได้สนับสนุนลูกหลานคนยุคใหม่ ให้ทำอาชีพเสริมจากงานหลักทำให้มีรายได้เพิ่ม

ซึ่งแรกๆ ก็ลองผิดลองถูก จนสามารถเลี้ยงแพะได้อย่างมืออาชีพ มีการเพาะพันธุ์จำหน่าย รวมไปถึงการขุนแพะขาย ก็ถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ดีในขณะนี้ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ โดยไม่ต้องนำออกไปขายเอง และจะมีเครือข่ายประสานการซื้อขายเป็นประจำ ส่วนอาหารแพะก็หาได้จากธรรมชาติ เช่น ต้นกระถิน และหญ้า ก็จะปลูกไว้ให้แพะได้กินเป็นอาหาร ทำให้สามารถลดต้นทุนในการเลี้ยงแพะได้เป็นอย่างดี