ขนส่งศรีสะเกษคัดกรองเข้มข้นผู้เดินทางเข้าตัวเมืองไม่พบผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศา



ศรีสะเกษ -“ไกรสร”ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เผย คัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครและรถโดยสารระหว่างจังหวัดเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 30 เมษายน 2564 ด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

นายไกรสร แจ่มหอม ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ รายงานผลถึงการดำเนินการ คัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครและรถโดยสารระหว่างจังหวัดเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 30 เมษายน 2564 โดยร่วมบูรณาการกับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ (สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดศรีสะเกษ) และร่วมบูรณาการกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ (สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอกันทรลักษ์)ในการคัดกรองผู้โดยสาร ทำความสะอาดมือ และตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ผลการดำเนินการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร ดังนี้

1.สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดศรีสะเกษ ตรวจผู้โดยสารขาเข้าจำนวน 276 คน จากรถ 54 เที่ยว ตรวจผู้โดยสารขาออกจำนวน 338 คน จากรถ 54 เที่ยว
2.สถานีขนส่งผู้โดยสาขาอำเภอกันทรลักษ์ ตรวจผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 83 คน จากรถ 21 เที่ยว ตรวจสอบผู้ โดยสารขาออกจำนวน 120 คนจากรถ 21 เที่ยว
3.จัดให้ผู้โดยสาร พนักงานขับรถ และผู้บริการลงทะเบียนเข้า(check-in)เมื่อขึ้นรถ และลงทะเบียนออก(check-out)เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง
4.ผู้ตรวจการและเครือข่ายในการปฏิบัติงานร่วมกันกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (covid-19) ดังนี้.


– พนักงานขับรถ ผู้บริการและผู้โดยสารทุกคน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย

– มีจุดบริการล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ
– ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีการทำความสะอาดผิวสัมผัส ภายในรถ เช่นมือจับประตูรถและประตูห้องน้ำ มือจับราวบันไดรถ และเบาะนั่งทั้งก่อนและหลังการให้บริการ


5.ตรวจสอบผู้โดยสารรถสายที่ 589- 201 อุบลราชธานี-พัทยา ออกจากอุบลราชธานี มีผู้โดยสารจำนวน 9 คน สายที่ 589-48 อุบลราชธานี-พัทยา ออกจากพัทยามีผู้โดยสาร 7 คน สายที่ 588-272 อุบลฯ- ระยอง ออกจากอุบลราชธานี มีผู้โดยสาร จำนวน 18 คนและสายที่ 7-3 กรุงเทพฯ-ช่องเม็กออกจากกรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสาร จำนวน 18 คน พบพนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร มีการสวมหน้ากากตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019(Covid-19)

เสนาะ วรรักษ์/ รายงาน