ทาสยาเสพติด เล่นพนัน!อดีตทีมชาติ’ยูยิตสู’คิดสั้นผันตัวเป็นโจรชิงทองที่เมืองสองแคว



พิษณุโลก – ตำรวจเมืองสองแควจับโจรชิงทองในห้างโลตัสฯได้แล้ว สอบประวัติเคยเป็นถึงอดีตนักกีฬาทีมชาติ “ยูยิตสู” สายดำ ติดทั้งพนันออนไลน์และยาเสพติด ก่อเหตุชิงทองไปขายใช้หนี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กับพวกร่วมกันแถลงผลจับกุม นายสิทธิพงษ์ หรือเต้ย กันจู อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 431/178 หมู่ 4 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองหนัก 7 บาท จากห้างทองหวังโต๊ะกังเยาวราช ภายในห้างเทสโก้โลตัส พิษณุโลก สาขาโคกช้าง ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก

ของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก 150 ไอ สีดำ-ส้ม หมายเลขทะเบียน 1 กน 847 พิษณุโลก 1 คัน ปัตตาเลี่ยน 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสดจำนวนหนึ่ง ชุดที่สวมใส่วันก่อเหตุ กระเป๋าถุงผ้า 1 ใบ และหมอนข้างที่ใช้ซุกซ่อนทอง 1 ใบ

พล.ต.ต.ธวัช เปิดเผยว่า ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 จับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ได้เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องพักรายวัน โรงแรมเอส.พี.เกสท์เฮ้าส์ หมู่ 1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

โดยนายสิทธิพงษ์ หรือเต้ย เป็นอดีตนักกีฬายูยิตสูสายดำ ทีมจังหวัดพิษณุโลก ไปแข่งขันระดับประเทศจนได้รับเหรียญทอง และเคยเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันในต่างประเทศมาแล้ว ปัจจุบันประกอบอาชีพรับส่งพัสดุของบริษัทแห่งหนึ่ง จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเต้ยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากติดพนันออนไลน์ ต้องการหาเงินไปใช้หนี้ และใช้เสพยาเสพติด

ทั้งนี้ ก่อนที่ก่อเหตุ ผู้ต้องหาไปดูลาดเลาที่ร้านทองชั้น 2 ของห้างเทสโก้ โลตัส สาขาท่าทอง แต่เนื่องจากเส้นทางที่จะหลบหนีลำบาก จึงเปลี่ยนใจไปที่ห้างเทสโก้ โลตัส สาขาโคกช้าง วนเวียนไปดูสร้อยคอทองคำที่ห้างทองหวังโต๊ะกังเยาวราช 3 ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจชิงทองหนัก 7 บาทในครั้งที่ 3 แล้วหลบหนี หลังจากลงมือก่อเหตุ นายเต้ยได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่ถอดแผ่นป้ายทะเบียนออก ไปทางสี่แยกอินโดจีน เลี้ยวอ้อมวงเวียนไปทางทาง ต.บึงพระ ออกไปทางวัดหล่ม ต.วัดพริก อ.เมือง และจอดรถเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว นายเต้ย ได้ขับรถไปขายทองจำนวน 5 บาท ที่ร้านทองแถวตลาดบ้านใหม่ ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เงินประมาณ 120,000 บาท ซึ่งร้านทองที่ไปขายทองนั้นอยู่ห่างจากห้างฯโลตัส สาขาโคกช้าง ที่ก่อเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นไปซื้อปัตตาเลี่ยน แล้วไปเช่าห้องพักรายวันหลบซ่อนตัว ใช้ปัตตาเลี่ยนตัดผมจนเกรียนเพื่ออำพรางให้แตกต่างกับทรงผมขณะก่อเหตุ เพราะเชื่อว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ขณะหลบหนี

ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนแกะรอยจนทราบว่านายเต้ยไปเช่าห้องพักรายวันอยู่ จึงเข้าทำการจับกุมค้นพบสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทที่ซุกซ่อนไว้ในหมอน นายเต้ยจึงจนมุม ยอมรับว่ารีบนำทองไปขายก่อนที่ข่าวการก่อเหตุจะเแพร่ออกไป ไม่เช่นนั้นคงไม่มีร้านทองรับซื้อแน่ๆ ส่วนเงินบางส่วนที่ได้จากการขายทองนำไปใช้หนี้บ้างแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์ไปฝากไว้กับเพื่อนคนหนึ่ง

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ซื่งหลังจากเกิดเหตุได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อเก็บรอยนิ้วมือแฝง หลังจากนั้นไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ก็ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี หลังจากออกจากห้างโลตัส เป็นถนนเส้นบายพาสแยกอินโดจีน ซึ่งสามารถหลบหนีไปได้หลายเส้นทาง จึงใช้เวลาไล่ดูกล้องวงจรปิดตลอดทั้งเส้นทาง จนทราบว่าคนร้ายหลบหนีเส้นทางไหน ไปที่ไหนบ้าง และสามารถขจับกุมตัวได้คาห้องพักรายวันพร้อมของกลางดังกล่าว ขณะนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพหมดแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีในความผิดฐานลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร.