สวนลองกองภูเขาไฟ”สองตายาย”ศรีสะเกษออกสู่ท้องตลาดแล้วอร่อยไม่แพ้ภาคใต้(ชมคลิป)


สองตา-ยาย ศรีสะเกษ หักร้างถางพง ดงดินแดง ทำไร่ข้าวโพดขาดทุน ห้นมาทำสวนลองกอง ดินภูเขาไฟ ออกสู่ตลาดแล้ว ผลิตผลดีเทียบเคียงลองกองใต้

โดย…เสนาะ วรรักษ์

ตาเติม ยายนงคราญ บุญเกลี้ยง ชาวสวนผลไม้ บ้านซำขี้เหล็ก ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซื้อที่ดิน 28 ไร่ 2 งาน ในราคา 8 หมื่นบาท ตั้งแต่ ปี พศ 2527 ผ่านมาแล้ว 37 ปี หักร้างถางป่า ดงดินแดง ทำไร่ข้าวโพด และ สวนยาง ขาดทุนต้องแบกหนี้ ในเวลาต่อมา ตอนนั้นข้าวโพดราคาเพียง กก ละ 2 บาท เนื่องจากที่ดินผืนนี้เป็นที่ “น้ำซับจากใต้ดิน” ที่ภาษาอีสานเรียดว่า “ซำ” ซำขี้เหล็ก ฤดูฝนน้ำจะขังอยู่นาน ทำไร่ข้าวโพดไม่ได้ผล อีกทั้งเป็นพืชล้มลุกต้องลงทุนลงแรงตลอดปี ทั้งได้กำไรน้อยอันตรายจากยาปราบศัตรูพืช จึงหันมาทำสวนผลไม้แทน

ด้วยการปลูกทั้งทุเรียน ลองกอง มังคุด ส้มโอ ปลูกสลับกันไปในสวนเดียวกัน สาเหตุเพราะไม่มีความชำนาญในการทำสวนผลไม้มาก่อน ไม่รู้ว่าผลไม้ชนิดใดจะได้ผลดี หรือชนิดใดจะรอดจากศัตรูพืช คิดว่า หากผลไม้ชนิดใดตายก็จะมีอีกชนิดหรือสอง สามชนิดได้ผลออกมาทดแทนได้

จึงไปซี้อกล้าพันธุ์ ลองกอง มาจากจันทบุรี 300 ต้น ในราคาต้นละ 30 บาท ทั้งมังคุด ส้มโอ ทะเรียน ด้วย โดยปลูกห่างกัน 8×8เมตร ผสมผสานกันไป ใช้เวลาปลูก 5 -6 ปีก็ออกผลให้เก็บขายได้ ปีนี้เริ่มออกผลผลิตแล้ว จะทยอยเก็บไปทุกต้น เพราะจะสุกไม่พร้อมกัน จึงเป็นผลดีที่ไม่ล้นตลาด จะออกผลผลิต 3 เดือน ก็หมด ลองกองมีความสูง10-15 เมตร ไม่สูงมาก จึงสารถปืนขึ้นไปเก็บได้โดยไม่ต้องใช้บรรได ขายหน้าสวน กก ละ 30 บาท นอกสวนราคากกละ 40 บาท

เนื่องจากปลูกใน ดินภูเขาไฟ และน้ำซับ ลองกองซำขี้เหล็ก ให้ได้ชื่อว่า “ลองกองดินภูเขาไฟ” บ้านซำขี้เหล็ก จีงมีรสหวานมากกว่าเปร้ยว ฉ่ำน้ำและเก็บไว้ได้นานกว่าก็ไม่เปลี่ยนสี จะเก็บขายหน้าสวน รวมกับทะเรียน ส้มโอและมังคุด ปีกลายนี้ก็ขายเฉพาะลองกองได้หลายหมื่นบาททีเดียว

จึงนับได้ลองกองจากสวน ตาเติม บุญเกลี้ยง มีลูกโตไม่เปรียวเก็บไว้ได้นาน