เขาชื่อ”โซะ เพีย นา – ชูก” จากเด็กกัมพูชาที่ยากจนสู่นร.ทุน พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ คว้าปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับ1 จากสถาบันม.บูรพาฯ ด้วยปณิธาน”จะทดแทนคุณแผ่นดินไทยเมื่อมีโอกาส”


สัมภาษณ์พิเศษ                              โดย..วิชชุดา  ดวงพรหม

“ผมรู้สึกขอบคุณและสำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร….ขอบคุณประเทศไทย-พี่น้องชาวไทยที่มอบสิ่งดีดีให้กับผม..ผมยินดีถ้ามีโอกาสที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้บ้าง “..

“โซะ เพีย นา – ชูก”
..ถือกำเนิดจากเด็กพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเด็กกตัญญูเชื่อฟังคำสอนของบิดามารดา ทำให้เขามุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนได้ที่ 1 มาตั้งแต่มัธยมต้น และเป็นนักเรียนทุน โครงการแลกเปลี่ยน(AFS).. เขาพยายามสอบชิงทุนจนได้รับทุนพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ และได้เป็นนิสิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขต…ด้วยความรักการเรียนเป็นชีวิตจิตใจทำให้เชาผ่านการสอบจนได้ปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาครองด้วยความภาคภูมิใจ..นอกจากเป็นเลิศทางการศึกษาแล้วเขายังมีพรสวรรค์ในด้านการพูด..ได้เข้าประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษานานาชาติ 2 ครั้ง ได้รางวัลชมเชยและที่ 3..เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพถึง 4 ครั้ง..หลังจากเรียนจบเขาได้สมัครเข้าทำงานในประเทศไทยในตำแหน่งล่ามและเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานและองค์กรชื่อดังหลายแห่งอาทิ สำนักงาน ปปช.-เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.- RSiam music -DTAC โดยลงโฆษณาภาษาเขมรฯลฯ..ปัจจุบัน”โซะ เพีย นา – ชูก” ในวัย 30 ปี กับ 11 ปีที่อยู่ในประเทศไทย..เขาได้กล่าวอย่างประทับใจว่า “ผมขอขอบคุณประเทศไทย-พี่น้องชาวไทยที่มอบสิ่งดีดีให้กับผม..ผมยินดีถ้ามีโอกาสที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้บ้าง “..ในโอกาสนี้ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดคำสัมภาษณ์ของโซะ เพีย นา – ชูก ซึ่งเขาได้พิมพ์ด้วยตัวอักษรไทยสำนวนภาษาที่สละสลวยอย่างน่าชื่นชม..

“..วัสดีครับผมชื่อ โซะ เพีย นา – ชูก ឈូក សុភាណា เป็นชาวกัมพูชามาจากจังหวัดพระตะบอง                                                                …ครอบครัวของผมทำอาชีพเกษตรกร มีพี่น้องสี่คน ผมเป็นลูกคนที่สองของครอบครัว พ่อชื่อ สาริน ชูก แม่ชื่อ ทาเนน ทัช..แม่จะบอกอยู่เสมอว่าให้ตั้งใจเรียนเพราะแม่จะไม่มีอะไรให้..ผมก็มีความตั้งใจในการเรียนหนังสือตอนมัธยมต้นจนได้ที่หนึ่งที่สองของห้องตลอด แล้วได้ยื่นผลการเรียนเพื่อไปอยู่ในสมาคม AFS (ASSOCIATION FRANCAISE DE SOLIDARITE ) ที่รับเลี้ยงและส่งเสียนักเรียนที่มีผลการเรียนดีบวกกับสถานะครอบครัวไม่ดี ภายใต้การดูแลของสมาคมเรามีที่พัก อาหาร เรามีเงินเรียนพิเศษ เรามีสิทธิ์เข้าไปเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง.ซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้นและสามารถสอบเข้ามหาลัยได้หลายที่ และ

..ผมเลือกที่จะเรียนในมหาลัยวิศวกรรม ITC เรียนได้หนึ่งเทอมผมทำการยื่นเอกสารเพื่อสอบชิงทุนไปที่ประเทศจีนแต่ไม่ผ่านและยื่นสอบขอทุนของประเทศไทย จนผมผ่านการสัมภาษณ์และเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตสระแก้วสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ..ตอนแรกตัวผมไม่รู้ว่าเป็นวิทยาเขตและเพื่อนเพื่อนอีก 20 กว่าคนไปเรียนที่สาขาบางแสนชลบุรี..เป็นหนึ่งความรู้สึกที่โดดเดี่ยวมากเพราะตอนนั้นผมเป็นรุ่นบุกเบิกของมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตสระแก้ว

 

..การใช้ชีวิตเป็นชาวกัมพูชาเพียงคนเดียวในรั้วหอพักมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยผมเลยต้องรีบปรับตัวและพยายามที่จะศึกษาภาษาไทยซึ่งยอมรับว่าภาษาไทยยากมาก
….ผ่านไปสามเดือนผมสามารถที่จะพูดภาษาไทยได้บ้างและในเรื่องของการเรียนผมเลือกที่จะลงเรียนวิชาที่ใช้ภาษาไทยน้อย..ผมก็ได้รับความเอ็นดูจากคณาจารย์ทุกท่านในมหาวิทยาลัยและเพื่อนๆทุกคนที่น่ารักมากช่วยผมดูแลเหมือนเป็นญาติคนหนึ่ง                            …และผมเป็นเด็กกิจกรรมเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของมหาวิทยาลัย..เคยมีโอกาสไปประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษานานาชาติสองครั้ง ครั้งที่สองได้รางวัลชมเชยที่สาม และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพอยู่สามสี่ครั้งด้วยความตั้งใจในการอ่านหนังสือสอบทำให้ผมได้รับปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

…หลังเรียนจบผมได้มีโอกาสไปสอนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภออรัญประเทศจังหวัดสระแก้ว ได้สี่เดือน ..จากนั้นก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพด้วยบุคลิกที่ชอบงานบริการและพูดคุยกับผู้คน ผมมาสมัครงานตำแหน่งล่ามผู้ประสานงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว..และในระหว่างนั้นก็ได้รับโอกาสทำงานหลายๆอย่าง เป็นวิทยากรสอนภาษากัมพูชา ให้กับสำนักงาน ปปช. บุคลากรในมหาวิทยาลัย บูรพา บางแสน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. และเจ้าหน้าที่ในจังหวัดระยอง เจ้าขอโรงงานแป้ง จ. ชลบุรี และมีโอกาสร่วมงาน บริษัท RSiam music เป็นพิธีกรภาษากัมพูชา ร่วมงานคอนเสิร์ตที่มีการร่วมของดารานักร้องกัมพูชา อยู่ 2 ครั้ง เป็น MC ลงพื้นที่ Promote ขายซิมให้กับ DTAC งานลงเสียงโฆษณาที่เป็นภาษาเขมร และงานอื่นๆที่เกี่ยวกับภาษาเขมร

…ยอมรับว่าผมเป็นหนึ่งคนที่โชคดีที่ได้รับโอกาสดีดีที่อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เรียนจนถึงการทำงาน…ปัจจุบันลาออกจากการเป็นล่าม และทำงานอยู่กับทีมพยาบาลเกี่ยวกับผลงานวิจัยของประเทศญี่ปุ่น ดูแลบำบัดคนมีปัญหาสุขภาพ โรคประจำตัวและ กระดูก กล้ามเนื้อ

สุดท้ายแล้วผมรู้สึกขอบคุณและสำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร                                        ..ขอบคุณประเทศไทยที่มอบสิ่งดีดีให้กับผมขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนที่น่ารักกับผมเสมอและอีกหนึ่งอย่างที่ผมรู้สึกได้คือประเทศไทยเป็นเหมือนบ้านเกิดของผม ..ผมรู้สึกยินดีถ้ามีโอกาสที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้บ้าง.. กราบขอบพระคุณครับ.

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
เส้นทางของ “โซะ เพีย นา – ชูก”จะเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนไทยได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการศึกษาที่ต่อยอดสู่การทำงานและความสำเร็จในอนาคตได้ไม่มากก็น้อย.