ตร.ตามรวบลูกจ้างโหดฆ่าเปลือยลูกสาวนายจ้าง อ้างเป็นแฟนคนตาย ปมหึงหวง


อุบลราชธานี – ตำรวจตามรวบได้แล้วลูกจ้างร้านเกมฆ่าเปลือยลูกสาวนายจ้าง หลังหนีกบดานต่างอำเภอขณะกบดานอยู่ในรีสอร์ท เค้นสอบสารภาพสิ้นไส้ อ้างรู้จักผู้ตายมาก่อน-คบหาเป็นแฟนแบบลับๆ ก่อนเกิดเหตุย่องไปหา-มีเพศสัมพันธ์ ก่อนถูกต่อว่ามีคนอื่นจึงทะเลาะกันพลั้งมือฆ่า บอกเสียใจ แต่ไม่ไปขอขมาศพ-กลัวตัวเองเป็นอันตราย

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 64 พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผกก.กก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี รอง ผกก.สภ.วารินชำราบ นำกำลังเข้าล้อมจับ นายทศพล พรบูลย์ หรือดิว อายุ 27 ปี คนร้ายข่มขืนฆ่าเปลือยลูกสาวนายจ้างร้านเกม ที่ผู้ก่อเหตุทำงานอยู่ โดยจับกุมได้ขณะพักอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.วารินชำราบ

น.ส.อัญรินทร์ สีสด อายุ 26 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านเกมที่นายทศพลเป็นลูกจ้างในชุมชนท่าบ้งมั่ง ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราญ จ.อุบลราชธานี ขณะพักอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งของอำเภอพิบูลมังสาหาร นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.วารินชำราบ

จากการสอบสวน นายทศพลให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายจริง และเอาเงินจากกระเป๋าสตางค์ผู้ตายไปด้วย จากนั้นขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมา ก่อนมาจอดเสียอยู่ข้างโรงสีใน อ.สว่างวีระวงศ์ ตนจึงทิ้งรถและขึ้นรถโดยสารประจำทางมาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตชานเมืองพิบูลมังสาหาร ต่อมามีคนจำได้ว่าเป็นคนร้ายฆ่าลูกสาวนายจ้าง จึงแจ้งชุดสืบสวนที่ไล่ล่าเข้ามาจับกุมตัวได้ดังกล่าว

นายทศพล ให้การอ้างว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมาก่อนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วในผับแห่งหนึ่งของจังหวัด เคยคบหาเป็นแฟนกัน โดยคนทางบ้านไม่รู้ ก่อนที่ผู้ตายจะไปทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ต่อมาตนได้หวนมาเล่นเกมที่ร้านของแม่ผู้ตาย ก่อนเข้ามาเป็นลูกจ้างช่วยดูแลร้านอยู่นานเกือบ 1 ปี กระทั่งเกิดโควิดระบาด และร้านถูกสั่งปิด แต่ทางบ้านผู้ตายก็ยังอนุญาตให้ตนพักอยู่ในร้านเกมที่อยู่ติดกับบ้านพักหลังเกิดเหตุ

นายทศพล อ้างต่อว่า ต่อมาเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ผู้ตายได้ออกจากงานที่ จ.ระยอง กลับมาทำงานอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้แอบคบหากันอีก โดยคนทางบ้านผู้ตายก็ไม่ทราบ ส่วนคืนวันเกิดเหตุนั้นตนได้ปีนเข้าไปหาผู้ตายทางหน้าต่างและมีเพศสัมพันธ์กัน ก่อนจะมีเรื่องต่อว่าต่อขานกันว่า ต่างฝ่ายต่างคบหาเป็นแฟนกับคนอื่นในระหว่างนี้ไปด้วย ซึ่งตนรู้สึกโกรธผู้ตายที่มาต่อว่าเรื่องดังกล่าว จึงเอามือบีบคอและใช้หมอนกดหน้าเพื่อให้หยุดพูดและไม่ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต

ส่วนที่พบสายชาร์จโทรศัพท์พันอยู่รอบคอผู้ตายนั้น นายทศพลให้การว่า ทีแรกตั้งใจจะใช้สายชาร์จรัดคอ แต่ไม่ถนัด จึงใช้มือบีบคอและใช้หมอนกดหน้า โดยใช้เข่ากดแขนผู้ตายเพื่อไม่ให้ต่อสู้ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจที่ได้พลั้งมือฆ่าผู้ตาย แต่ไม่ไปขอขมาศพ เพราะกลัวตัวเองได้รับอันตราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลบหนีการจับกุมโดยใช้ยานพาหนะ และลักทรัพย์” และจะควบคุมตัวไว้เพื่อรอดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป