Loading...


สลดหมออูฮั่นป่วยโควิดเสียชีวิตเป็นรายที่ 6










เอเอฟพี รายงานว่า แพทย์เมืองอู่ฮั่น ต้นตอโรคโควิด-19 ระบาด เสียชีวิตเป็นรายที่ 6 แล้ว ผู้ตายชื่อ นพ.หู เว่ยเฟิง อายุ 42 ปี หมอผู้เชี่ยวชาญระบบปัสสาวะ ประจำโรงพยาบาลกลางอู่ฮั่น มีชาวจีนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดและวิตกมากเมื่อเห็นว่าผิวของหมอเปลี่ยนเป็นสีดำเนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาส่งผลให้ตับเสียหาย 

หมอหูเป็นเพื่อนร่วมงานกับหมอหลี่เหวินเหลียง ผู้ตั้งข้อสังเกตว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ พร้อมส่งข้อความเตือนเพื่อนหมอด้วยกัน จนถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควบคุมตัวในข้อหาเผยแพร่ข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกให้สังคม แต่ต่อมาเมื่อเรื่องกระจ่าง ทำให้หมอหลี่ได้รับการยกย่อง แต่ช่วงที่มีการปิดบังข้อมูลทำให้หมอหลี่ติดเชื้อไปแล้ว และเสียชีวิตในที่สุด 

หมออี้ฟาง

เดลีเมล์ รายงานข้อมูลข่าวจากสื่อ เปเปอร์ ว่า อาการนพ.หู ผิดกับหมออีกคน ชื่อนพ.อี้ ฟาน เพื่อนหมอที่อายุ 42 ปีเท่ากัน ป่วยและมีอาการผิวคล้ำดำเช่นกัน แต่ต่อมาหายเป็นปกติและออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว 

ศ.นพ.ต้วน จุน รองผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์การดูแลผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น กล่าวว่า แถลงข่าวทางโทรทัศน์ว่า ทีมแพทย์ใช้ โพลีไมซิน-บี (Polymyxin B) ยาปฏิชีวนะสุดท้ายในการรักษานพ.หูและนพ.อี้ 

ทำให้เม็ดสีถูกผลิตออกมามากเกินไปจนผิวคล้ำ แต่เม็ดสีดำจะลดลงเมื่อผู้ป่วยหายดี ซึ่งขัดกับข้อมูลของหมอทั้งสองก่อนหน้านี้ที่บอกว่า สีผิวคล้ำผิดปกติเนื่องจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน หลังไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทำให้ตับเสียหาย

นพ.หูและนพ.อี้ได้รับการวินิจฉัยป่วยโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นพ.อี้มีอาการดีขึ้นหลังทีมแพทย์ใช้เครื่องพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ (ECMO) โดยสูบฉีดออกซิเจนเข้าสู่เส้นเลือดจากภายนอกร่างกายเป็นเวลา 39 วัน

ส่วนนพ.หูกลับมีอาการทรุดเรื่อยๆ ในสภาพนอนติดเตียงผู้ป่วยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นเวลา 99 วัน แม้จะผ่านรักษาด้วย ECMO ตั้งแต่ 7 ก.พ. ถึง 22 มี.ค. จนกลับมาพูดวันที่ 11 เม.ย. และถูกย้ายมาหอผู้ป่วยปกติวันที่ 14 เม.ย. 

แต่เพียง7 วันผ่านไป นพ.หูกลับมีอาการหลอดเลือดตีบจนสมองตกเลือดรุนแรง ต้องถูกส่งกลับไอซียูอีกครั้งกระทั่งเสียชีวิต 

ทั้งนี้ ที่โรงพยาบาลกลางอู่ฮั่น มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึง 68 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศถึงปัจจุบัน 4,634 ราย จากผู้ติดเชื้อ 83,022 คน ลงไปอยู่อันดับ 17 ของโลก


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ