Loading...


“นพรัตน์สิ่งทอ” Green Product ผ้าทอมือให้คุณค่า “คน” และ รักษ์ “สิ่งแวดล้อม” 










“นพรัตน์สิ่งทอ” Green Product ผ้าทอมือให้คุณค่า “คน” และ รักษ์ “สิ่งแวดล้อม”   


“กว่าจะตั้งตัวได้ในปัจจุบันค่อนข้างยากลำบาก เกิดปัญหาสองส่วน คือ กลุ่มอาชีพที่เข้าไปส่งเสริมล้วนเคยชินกับการทำไร่ทำนาทำสวน ยังขาดความรู้ทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า และ การจ้างผลิตฝ้ายจากกลุ่มชาวบ้าน ต้นทุนสูง เพราะต้องผ่านกระบวนการปรับแต่งอีกจากวัตถุดิบมาเป็นวัสดุพร้อมตัดเย็บ กล่าวคือ จากฝ้ายเข็นมือมาเป็นผ้าฝ้ายทอมือที่พร้อมตัดเย็บ จึงเกิดความคิดว่าแล้วทำไมไม่เอา "เศษผ้า" ที่เหลือจากการตัดเย็บมาประดิษฐ์และรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แทน” 

ผ้าทอมือแต่ละผืน แต่ละลวดลาย หรือแต่ละฝีปัก ล้วนทรงคุณค่าเพราะเป็น “งานทำมือ” ทุกชุมชนที่ทำล้วนมีภูมิปัญญาบรรพบุรุษและเกิดจากแรงบันดาลใจแต่ละคนทำขึ้น ย่อมมีเรื่องราวน่าสนใจต่างๆมากมายหลบซ่อนอยู่ แต่สำหรับ "ผ้าทอมือ" ของ "น.ส.สังวาลย์ ขัติยนต์" ประธานกลุ่มกลุ่มแม่บ้านบ้านแม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หรือ ที่รู้จักในนาม  "นพรัตน์สิ่งทอ" พิเศษและแตกต่างจาก ผ้าทอมือทั่วไป คือ “นพรัตน์สิ่งทอ” เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมถึงดูแลชีวิตคนในชุมชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้โอกาสคนตัวเล็กตัวน้อยได้มีอาชีพเสริมและรายได้เลี้ยงครอบครัว  ถือเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ Green Product ที่เห็นคุณค่า “คน” และ “สิ่งแวดล้อม” มากกว่ากำไรทางธุรกิจ  

คุณสังวาลย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการผลิตสินค้าเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่าน "ผ้าทอมือ" เริ่มต้นในการทำธุรกิจสิ่งทอผลิตเสื้อผ้ามาตั้งแต่ ปี 2540  ทำผ้า "บาติก" มาก่อนแต่ด้วยความคิดที่ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ตอบโจทย์ หรือ ผลทางสังคม เพราะแรกๆใช้ผ้าที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า ทำไมไม่จ้างชาวบ้านทำ "ผ้าทอมือ" เพื่อให้คนในชุมชนได้มีรายได้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นเพื่อน ญาติหรือพี่น้องของเราล้วนเป็น ผู้สูงอายุ หรือ คนพิการที่สภาพร่างกายย่ำแย่ทำไร่ทำนาไม่ไหวแล้ว หรือบางคนเป็นชาวไร่ชาวนาที่ยังเป็นคนหนุ่มคนสาวอยู่แต่ทำอาชีพเกษตรรายได้ไม่พอกินอยากหารายได้เสริม หรือบางคนเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะยากจนและมีปัญหาท้องก่อนแต่ง จึงดึงเข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่ม  

อย่างไรก็ตามช่วงแรกๆที่เริ่มต้น “คุณสังวาล” เล่าว่ากว่าจะตั้งตัวได้ในปัจจุบันค่อนข้างยากลำบาก เกิดปัญหาสองส่วน คือ กลุ่มอาชีพที่เข้าไปส่งเสริมล้วนเคยชินกับการทำไร่ทำนาทำสวน ยังขาดความรู้ทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า และ การจ้างผลิตฝ้ายจากกลุ่มชาวบ้าน ต้นทุนสูง เพราะต้องผ่านกระบวนการปรับแต่งอีกจากวัตถุดิบมาเป็นวัสดุพร้อมตัดเย็บ กล่าวคือ จากฝ้ายเข็นมือมาเป็นผ้าฝ้ายทอมือที่พร้อมตัดเย็บ จึงเกิดความคิดว่าแล้วทำไมไม่เอา "เศษผ้า" ที่เหลือจากการตัดเย็บมาประดิษฐ์และรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แทน 

"กลุ่มที่เราส่งเสริมมีทั้งคนแก่ คนพิการ เด็กสาวที่ท้องก่อนแต่งไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ คนเหล่านี้ล้วนทำนาทำสวนไม่ได้แล้ว อยู่บ้านเชยๆไม่ทำอะไร จึงชักชวนมาเป็นสมาชิก ใครถนัดด้านไหนเราก็สอนด้านนั้น และบอกสมาชิกเสมอว่าอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า แม้ไม่อาจเป็นอาชีพหลักที่รายได้สูงๆได้ แต่ถ้าขยันอดทน และมีความคิดสร้างสรรค์รับรองมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆไม่อดตาย" คุณสังวาลย์กล่าว 

คุณสังวาลย์ กล่าวว่า"เศษผ้า" ที่เหลือมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน  จากเดิมเอาไปเผา หรือทิ้งเป็นขยะ ซึ่งเศษผ้าดังกล่าวเมื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการตัดเย็บที่สูง สมาชิกกลุ่มที่เราส่งเสริมสามารถทำได้ เพียงแต่ทางกลุ่มต้องคิดและออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ให้ชาวบ้านได้ฝึกทำ เช่น กระเป๋า กระโปรง หรือ ของที่ระลึก ซึ่งล้วนไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการตัดเย็บที่สูง และต่อมาค้นพบว่ามีกลุ่มชาวบ้านที่ผลิตผ้าทอมือโดยไม่ใช้สารเคมี แต่ปัญหาของชาวบ้านกลุ่มนี้ คือ ทำผ้าทอมือเป็นอย่างเดียว แต่ออกแบบหรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอไม่เป็น ทางกลุ่มจึงเข้าไปส่งเสริมด้วยการรับซื้อผ้าทอมือของชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว โดยยึดหลักการที่ว่า ผ้าทอมือธรรมชาติไม่ใช่สารเคมีและต้องเป็นกระบวนการที่อนุรักษ์ธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญต้องสร้างรายได้แก่ชุมชน 


Loading...


"กลุ่มชาวบ้านที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีฝีมือและเชี่ยวชาญภูมิปัญญาทำผ้าทอมือเป็นอย่างเดียว แต่ออกแบบไม่เป็น เป็นตัวอย่างที่เราเข้าไปส่งเสริมทำผ้าทอมือแบบดั่งเดิมและอนุรักษ์ธรรมชาติ ใช้สีจากเปลือกไม้ย้อมผ้า ถือเป็นการแก้ปัญหาต้นทุนสูงในการปลูกและทอผ้าฝ้าย เพราะชาวบ้านที่ทางกลุ่มจ้างไม่มีความเชี่ยวชาญ" คุณสังวาลย์ กล่าว   

จากกลุ่มผ้าทอมือขนาดเล็กกลายเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดย่อมๆ ปัจจุบันในแต่ละปี “นพรัตน์สิ่งทอ” ได้ผลิตเสื้อผ้านับหมื่นตัว โดยในกระบวนการผลิตเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะ "เศษผ้า" ไม่เพียงแต่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่สามารถนำไป “รีไซเคิล” ตามกระบวนการย่อยให้เป็นเยื่อ "กระดาษสา" วัตถุดิบสำคัญในการทำ "กล่องกระดาษ" และ "ถุงกระดาษ" บรรจุผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า ดังนั้น "เศษผ้า" หรือ "เศษด้าย" ทุกเส้นมีค่า

ณ วันนี้ "นพรัตน์สิ่งทอ" เป็นผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าที่ได้สร้างแรงบันดาลใจที่เกิดจากจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม ประดิดประดอยและตกแต่งเสื้อผ้าในรูปแบบต่างๆด้วยทักษะฝีมือจากช่างที่มีความชำนาญที่สามารถผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น กับเทคโนโลยีการผลิตรีไซเคิล โดยนำภูมิปัญญาทางทอผ้าแบบพื้นบ้านมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ "นพรัตน์สิ่งทอ" มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับให้เป็น Green Product เพราะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนใครนั้นคือ จุดเด่นที่ทำให้ “นพรัตน์สิ่งทอ” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจของการเป็น Green Product ที่ทรงคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่น่ายกย่องและสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ หัวใจแห่งการก้าวจาก Green Product ไปสู่การเป็น Green Economy ของเศรษฐกิจชุมชน 

ขอบคุณข้อมูล กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 

 






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ