Loading...


หน้ากากช่วยชีวิต ตัดวงจรโควิด-19










ไม่มีประเทศไหนในภูมิภาคเอเชีย ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทุกประเทศกลับสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะรุนแรงให้อยู่ในระดับสามารถควบคุมได้ เพราะประชาชนทุกภาคส่วนต่างให้ความร่วมกับรัฐบาลอย่างเข้มข้นทั้งสวมหน้ากากอนามัยระหว่างออกนอกบ้านและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เวลาออกนอกสถานที่ เพราะถอดบทเรียนอันสำคัญจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทำให้ทางรัฐบาลจีนต้องออกมาตราการให้ประชาชนแดนมังกรและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในดินแดนมังกร ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ให้ถูกหลักอนามัยจนสามารถกวาดล้างการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะจนหมดราบคาบลงในช่วงต้นเดือนเมษายน 2020 บ่งชี้ว่าความร่วมมือนั่นสำคัญที่สุดในช่วงเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19

แต่อีกซีกโลกหนึ่งของชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา และสภาพยุโรป(อียู)ร่วมทั้งสหราชอาณาจัก กลับมองตรงข้ามกับชาติเอเชีย โดยเห็นว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัย คือ กลุ่มผู้ป่วย ซึ่งผลตามมา คือ ไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนคน ล้มป่วยอีกหลายสิบล้านคน เพราะด้วยความเป็นประเทศประชาธิปไตย ปล่อยให้ประชาชนใช้ชีวิตเป็นอิสระ เมื่อรัฐบาลประกาศบังคับใช้ให้สวมหน้ากากอนามัยกลับถูกประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลโดยอ้างการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ทุกวันนี้จึงไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้และยิ่งจะขยายการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะเป็นวงกว้าง

ตราบใดที่ประชาชนชาติตะวันตกไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสกัดกั้นโควิด -19 โอกาสที่จะยับยั้งเชื้อโรคร้ายแพร่ระบาดที่คร่าชีวิตมนุษย์เป็นผักปลาคงยึดยาวไปอีกนานหลายปี ทำให้ปิดประเทศการ ยกเลิกการติดต่อระหว่างชาติตะวันตกกับชาติตะวันออกไปโดยปริยาย ซึ่งเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้อาจจะปิดตายไปอีกหลายปีเพราะต่างฝ่ายก็ต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกันเพราะกลัวประชาชนอีกซีกซีกหนึ่งนำพาหนะเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศ หากเป็นเช่นนี้เศรษฐกิจทั่วโลกยิ่งดิ่งเหวไม่รู้ว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกเมื่อไหร่เพราะตราบใดที่ทุกธุรกิจถูกตัดขาดจากโลกภายนอกหมด

อย่างไรก็ตามหากมองทางบวกนี่คือโอกาสของกลุ่มชาติเอเชียที่จะผนึกภูมิภาคเป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากทุกประเทศมีมาตรการสกัดกั้นโควิด-19 แพร่ระบาดจนประสบความสำเร็จแล้วแต่ละประเทศยังคงเฝ้าระวังไม่เกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 สร้างความเชื่อมั่นระว่างกันยิ่งจะสร้างมิตรภาพร่วมกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น การทำมาค้าขาย การลงทุน การท่องเที่ยว ระหว่างกันเกิดความเชื่อใจซึ่งกันและกันจะเป็นปัจจัยบวกกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียคึกคักมายิ่งขึ้น

จากอดีตกลุ่มภูมิภาคเอเชียต่างต้องพึ่งพาการส่งออกสินค้าไปยังชาติตะวันตก แต่จากนี้ไป คือ โอกาสที่กลุ่มภูมิภาคเอเชียที่มีประชากรมากกว่า 4.463 พันล้านคน จะหันหน้ามาค้าขาย การลงทุน และท่องเที่ยว ระหว่างกันจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้เติบโตมากกว่าชาติตะวันตกที่มีประชากรรวมกันน้อยกว่าเอเชียหลายเท่าตัว โดยชาติยุโรปมีประชากรกว่า 741.4 ล้านคน สหรัฐอเมริกากว่า 326.4 ล้านคน แสดงให้เห็นสัดส่วนว่าประชากรกว่า 60% อยู่ในทวีปเอเชีย ตามด้วย ทวีปอัฟริกา 17% อเมริกา 13% ยุโรป 9.5% และโอเชียนเนีย 0.5% ดังนั้นเมื่อสหรัฐอเมริกาและชาติยุโรปยังไม่สามารถสกัดกั้นโควิด-19 ลงได้ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจซบเซาลงอย่างหนัก ประชาชนหิวโหย ความอดยากแสนสาหัสย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าสถานการณ์โควิด-19 ยังแพร่ระบาดอยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป อัฟริกา ลาตินอเมรา ยืดเยื้อไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ จำนวนผู้ขาดแคลนอาหารจนถึงขั้นหิวโหยจะพุ่งถึง 2.5 แสนคนต่อวัน หรือ ราว 4% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

ชาติเอเชียร่วมมือกันหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 ได้ดีกว่าในสหรัฐและยุโรป หลังจากสถานการณ์คลี่คลายหมดยุคโควิด-19 เศรษฐกิจเอเชียจะพัฒนาได้ดีกว่าสหรัฐฯ,ยุโรป อัฟริกา และลาติดอเมริกา

 


Loading...






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : หน้ากากช่วยชีวิต ตัดวงจรโควิด-19  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ