สาวกบินทร์บุรีใจบุญ!ควักเงินอชุด นร.ใหม่ให้ “น้องนัท”เด็กกำพร้ายากจนใส่ขึ้น ม.1

สาวกบินทร์บุรีใจบุญ!ควักเงินอชุด นร.ใหม่ให้ “น้องนัท”เด็กกำพร้ายากจนใส่ขึ้น ม.1





Image
ad1

ปราจีนบุรี– น้ำตาปนรอยยิ้ม! สาวใจบุญรุดช่วยเด็กหญิงกำพร้าวัย 11 ปี หลังรู้ข่าวฐานะยากจน ไร้เงินซื้อชุดใหม่ใส่ขึ้น ม.1 ต้องจำใจใส่ชุดเก่าตั้งแต่ ป.6 ไปโรงเรียนวันพรุ่งนี้ ด้านบรรยากาศตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์คึกคัก ผู้ปกครองทยอยซื้อชุดลูกเสือ-เนตรนารี แม้ต้องแบกค่าใช้จ่ายสูง

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศก่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2569 ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ที่ ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี พบเรื่องราวสุดประทับใจของ “น้องนัท” หรือ ด.ญ.ศุภิสรา ชลรัตนชีวิน อายุ 11 ปี เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตไปหลายปี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับยายวัยกว่า 80 ปี ในเพิงพักเก่าที่ทำจากเศษไม้อัด ณ บ้านเขาด้วน

น้องนัทซึ่งเพิ่งจบชั้น ป.6 และกำลังจะเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ประสบปัญหาไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียนใหม่ รวมถึงรองเท้าและกระเป๋า เนื่องจากยายมีเพียงรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย จนเกือบต้องใส่ชุดนักเรียนเก่าของชั้นประถมไปเรียนแทน

ความทราบถึง น.ส.ลักขณา สีนายกอง หญิงสาวใจบุญในละแวกเดียวกันที่เห็นน้องนัทเดินไปโรงเรียนด้วยชุดเก่าๆ เป็นประจำ จึงเกิดความสงสารและสอบถามจนทราบความจริง ก่อนจะพาน้องนัทเดินทางไปที่ร้าน “สำเภาทองการค้า” บ้านวังตะเคียน เพื่อจัดซื้อชุดนักเรียน 1 ชุด รองเท้า 1 คู่ และกระเป๋า 1 ใบ รวมเป็นเงิน 1,037 บาท ทำให้น้องนัทถึงกับยิ้มปนสะอื้นด้วยความดีใจ พร้อมให้สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน

น.ส.ลักขณา เปิดเผยว่า “พอน้องรู้ว่าจะได้ชุดใหม่เขาก็ดีใจมาก น้องบอกว่าถ้าไม่มีคนซื้อให้ก็คงต้องใส่ชุดเก่า ป.6 ไปเรียน เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เขาก็ไม่อยู่แล้ว อยู่กับยายแค่สองคน พอเราพอมีกำลังแบ่งปันได้ก็อยากให้น้องได้มีชุดใหม่ใส่ไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนๆ ค่ะ”

ในวันเดียวกัน บรรยากาศการซื้อขายชุดนักเรียนในตัวเมืองปราจีนบุรี บริเวณตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ ทั้งที่ ร้านตาเงาะยายแอ้ว และ ร้านทองเติม เป็นไปอย่างคึกคักบริการปักชื่อ-เครื่องหมายให้แก่ผู้ซื้อชุดฟรี มีผู้ปกครองพาลูกหลานมาเลือกซื้อชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ และชุดเนตรนารีกันอย่างต่อเนื่อง

นางอ้อ อายุ 59 ปี ชาว ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี ซึ่งดูแลหลานถึง 4 คน เปิดเผยว่า ตนต้องสำรองเงินซื้อชุดนักเรียนให้หลานรวมกว่า 4,000 บาท แม้จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐประมาณ 500 บาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริง จึงต้องเลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็นและใช้วิธีประหยัดด้วยการนำชุดเดิมที่ยังใส่ได้กลับมาใช้ซ้ำ

ขณะที่ผู้ปกครองจากโรงเรียนห้วยเกษียร ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี ระบุว่า แม้ชุดลูกเสือ-เนตรนารีจะมีราคาสูง แต่ก็มีความจำเป็นต้องซื้อ เนื่องจากเป็นวิชากิจกรรมที่นักเรียนต้องใส่เข้าร่วมการเปิด-ปิดกองลูกเสือตามระเบียบของโรงเรียน

โดย.... มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์/ปราจีนบุรี  ###