ชาวปราจีนบุรีรวมพลังคัดค้าน! ยื่นแถลงการณ์ต้านแผนขยายพื้นที่ EEC ชี้ไร้ความชอบธรรม-มุ่งเน้นแต่กลุ่มทุน

ชาวปราจีนบุรีรวมพลังคัดค้าน! ยื่นแถลงการณ์ต้านแผนขยายพื้นที่ EEC ชี้ไร้ความชอบธรรม-มุ่งเน้นแต่กลุ่มทุน





Image
ad1

ปราจีนบุรี – เครือข่ายภาคประชาสังคมเปิดเวที “เสียงประชาชนตะวันออก” ยื่นแถลงการณ์คัดค้านมติคณะกรรมการนโยบาย EEC ขยายพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี เผยเป็นการผลักดันโดยกลุ่มทุนไม่ใช่ความต้องการของคนในพื้นที่ พร้อมจี้รัฐบาลเร่งทบทวน พ.ร.บ. EEC เหตุไร้กลไกคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อเวลา 19.25   น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน     นายสุนทร คมคาย หรือ “เกษตรแหลม” ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อ.กบินทร์บุรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี เครือข่ายภาคประชาชนจาก 4 จังหวัดตะวันออก ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ได้ร่วมกันเปิดเวทีประชุม “เสียงประชาชนตะวันออก” เพื่อวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 และหาแนวทางขับเคลื่อนการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว

โดยที่ประชุมได้วางวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1.เพื่อวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ พ.ร.บ. EEC พ.ศ. 2561 และเสนอแนวทางปรับปรุงแก้ไข

2.เพื่อนำเสนอผลการศึกษาปัญหาผลกระทบจากกากอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี ทั้งในด้านการจัดการ การแปรรูป และการกำจัด

3.เพื่อผลักดันให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ทบทวนแผนการขยายพื้นที่ EEC มายัง จ.ปราจีนบุรี

นายสุนทร กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา รายงานผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย EEC โดย สกพอ. ไม่เคยบรรจุข้อคิดเห็นของภาคประชาชน โดยเฉพาะกลไกการตรวจสอบและเยียวยาผลกระทบ “พ.ร.บ. EEC ระบุเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเพียงผิวเผิน แต่ขาดมาตรการรองรับจริง การจะขยายพื้นที่มายังปราจีนบุรีเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบันจังหวัดต้องรับภาระมลพิษจากกากขยะอุตสาหกรรมที่ล้นมาจากเขต EEC เดิมอยู่แล้ว การเดินหน้าโดยไม่แก้ไขกฎหมายจึงเท่ากับการซ้ำเติมวิกฤตสิ่งแวดล้อม”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดเผยผลการศึกษาที่น่าตกใจว่า ปราจีนบุรีในฐานะ “เมืองหลังบ้าน EEC” มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตกว่า 930 แห่ง (ข้อมูล ณ 10 ก.พ. 2569) กระจุกตัวอยู่ใน อ.กบินทร์บุรี และ อ.ศรีมหาโพธิ โดยเฉพาะโรงงานในกลุ่ม 101 และ 105 ที่มักเกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำซาก

ด้าน “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านมติคณะกรรมการนโยบาย EEC เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่เห็นชอบการขยายพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่ามติดังกล่าวขาดความชอบธรรม ไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และยืนยันว่าการเสนอเรื่องนี้มาจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนสามสถาบัน (กกร.) ไม่ใช่ความต้องการของคนปราจีนบุรี

โดยในวันนี้ (27 พ.ค.) ได้มีการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อ สกพอ. เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนแผนดังกล่าว โดยมีประเด็นคัดค้านสำคัญดังนี้:

•ไร้ความชอบธรรม: มติเห็นชอบโดยที่ประชาชนไม่เคยเห็นรายงานผลการศึกษา

•วิกฤตซ้ำซาก: ปราจีนบุรีได้รับผลกระทบทางอุตสาหกรรมรุนแรงอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไขหรือเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ

•บทเรียนจากพื้นที่เดิม: พื้นที่ EEC เดิม (ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา) ยังมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่รัฐไม่สามารถแก้ไขได้

•ทำลายฐานการเกษตร: การเปลี่ยนที่ดินเกษตรกรรมเป็นฐานอุตสาหกรรมทำให้ที่ดินหลุดมือจากคนท้องถิ่น

•ไร้ตัวชี้วัดคุณภาพชีวิต: กฎหมาย EEC เน้นแต่ตัวเลขเศรษฐกิจ ขาดมาตรการคุ้มครองเรื่องการแย่งชิงน้ำและปัญหามลพิษ

“เราไม่ได้คัดค้านการเข้ามาของอุตสาหกรรม     แต่เราคัดค้านอุตสาหกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในประเทศ หรือแผ่นดินของจังหวัดปราจีนบุรี   ที่มุ่งเน้นเพียงให้กิจการต่างสัญชาติเข้ามาใช้ทรัพยากรและทิ้งมลพิษไว้ จังหวัดปราจีนบุรีพัฒนาได้โดยไม่ต้องเข้า EEC” แถลงการณ์ระบุ …

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ยืนยันที่จะติดตามการพิจารณาของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่คำนึงถึงสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

โดย...มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี