หวิดวางมวยต่อหน้าชาวบ้าน!ไวยาวัจกรปะทะเดือด กรรมการวัดปมเรื่องเงินวัดกว่า 5 ล้าน

หวิดวางมวยต่อหน้าชาวบ้าน!ไวยาวัจกรปะทะเดือด กรรมการวัดปมเรื่องเงินวัดกว่า 5 ล้าน





Image
ad1

อุทัยธานี-ไวยาวัจกร กับ กรรมการวัดโต้เถียงเรื่องเงินวัด กว่า 5 ล้านหวิดว่างมวย ไวยาวัจกรเผยก่อนหน้าถูกพระผู้ใหญ่บีบให้ส่งส่วยกับเจ้าคณะภาคองค์หนึ่งแต่ตนไม่ยอมต้องโดนปลดออก  

ไวยาวัจกรสุดทน กับกรรมการวัดหนองกระดี่นอก (หลวงพ่อเคลือบ) โต้เถียงเรื่องเงิน  5 ล้านหวิดวางมวยต่อหน้าชาวบ้าน ไวยาวัชกรเผยการทีเจ้าอาวาสสั่งเรื่องไวยาวัชกรใหม่นั้นเนื้องจากตนเองไม่ให้ความร่วมมือเรื่องการเงิน ก่อนหน้าทางวัดเคยถูกพระระดับผู้ใหญ่ระดับจังหวัด บีบให้นำเงินส่งให้เจ้าคณะภาคองค์หนึ่ง แต่ก่อนหน้านั้นเคยส่งไปให้หลายล้านบาท  แต่ตนมาเป็นไวยาวัจกร ไม่ยอมให้ โดยพระองค์ได้ทีจะมาเป็นเจ้าอาวาสทีวัดหนองกระดี่นอก ตั้งผ่านการพิจารณาของพระผู้ใหญ่ท่านนี้ก่อน เนื้องจากเป็นวัดที่มีขุมทรัพย์มหาศาล มีญาติโยมมาทำบุญ แก้บน ทุกวัน  

เมื่อช่วงเย็น เวลา 18.30 น วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่วัดหนองกระดี่นอก (หลวงพ่อเคลือบ) หมู่ 3 บ้านหนองกระดี่ ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านหมู่ 3 บ้านหนองกระดี่ ประมาณกว่า 30 คน มาประชุมเพื่อเลือกไวยาวัจกรประจำวัดคนใหม่   ที่บริเวณศาลาข้างหลวงปู่เคลือบได้มีชาวบ้านมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงินของชาวบ้านทีมาทำบุญหลวงพ่อเคลือบ ทีวัดหนองกระดี่นอก โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนายเอกพจน์ พลพัฒน์ ซึ่งเป็นไวยาวัจกรของวัด ได้มีการโต้เถียงกับนายวิรัตน์ ทาล้วน เป็นกรรมการวัดโดยทางเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ได้ไว้ใจ ให้ดูแลการเงินแทนนายเอกพจน์ ที่เป็นไวยาวัตรกรคนปัจจุบัน

โดยนายเอกพจน์  และชาวบ้าน ให้นายวิรัตน์  ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ตนเองไปเบิกเงินที่อยู่ในบัญชีประมาณ 5 ล้านกว่า  ซึ่งเป็นบัญชีเก่าสมัยที่พระมหาต้อยรักษาการอยู่เก็บไว้ในบัญชี  หลังจากนั้นได้มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นเกือบจะมีการวางมวยโดยมีผู้ใหญ่บ้านนายไทยพล  ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใหม่  คอยห้ามทั้งสองไม่ให้มีปากเสียงกัน  และพยายามห้ามผู้สื่อข่าวไม่ให้ถ่ายทำข่าว  โดยมีชาวบ้านโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ไม่มีความโปร่งใส ทีพระมห่ต้อยออกไปแล้ว และนายเอกพจน์ ไม่ได้ไปยุ้งเกี่ยวกับบัญชีเงินวัด

หลังจากนั้นทั้งสองพร้อมกับชาวบ้านได้ไปร่วมประชุมกันที่ศาลาหลวงพ่อเคลือบ โดยมีผู้ใหญ่บ้านนายไทยพล พร้อมด้วยพระสมัย เจ้าอาวาสวัดหลวงวัดหนองกระดี่องค์ปัจจุบัน ให้มีการเลือกไวยาวัจกร และกรรมการวัดคนใหม่โดยอ้างว่า ไวยาวัจกร และกรรมการวัดนั้นได้หมดวาระแล้วตามวาระของเจ้าอาวาสองค์เก่าได้ลาออกไป  ซึ่งชาวบ้านแบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยอีกกลุ่มหนึ่งสนับสนุนนายเอกพจน์ ไวยาวัจกรคนเก่า และนายวิรัตน์ซึ่งเป็นกรรมการคนเก่า  และคนใกล้ชิดกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน หลังจากนั้นชาวบ้านให้  นายวิรัตน์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ปัจจุบันนี้นำไปใช้อะไรบ้าง แต่การชี้แจงของนายวิรัตน์ฟังจับประเด็นไม่ได้โดยอ้างว่าเงินในบัญชียังมี  อยู่แต่นำไปใช้ภายในวัด และมีการปรับปรุงภายในวัดใหม่มีค่าใช้จ่าย แต่เงินไม่พอจึงขอเบิกเงินในบัญชีเก่าทีมีอยู่ 5ล้านกว่า  จึงสร้างความไม่พอใจกับชาวบ้าน

ด้านอดีตผู้ใหญ่บ้านนายเอกพจน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าก่อนหน้านั้นตนตนเองได้รับการแต่งตั้งจากพระมหาสุนทร  ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอทัพทัน และได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดวัดหนองกระดี่นอก โดยแต่งตั้งให้ตนเองเป็นไวยาวัชกร และในนายวิรัตน์  เป็นคณะกรรมการวัดหลังจากนั้นพระมหาสุนทร ไม่ได้มาจำวัดที่วัดหนองกระดี่นอกโดยให้พระมหาต้อย รักษาการแทนเจ้าอาวาสโดยทุกเย็นตนเองกับพระมหาต้อยจะนำเงินจากตู้บริจาคที่วิหารหลวงพ่อเคลือบ และที่จำหน่ายวัตถุมงคลของหลวงพ่อเคลือบ มานับที่กุฏิโดยมีพระภายในวัดมาช่วยนับ หลังจากนับเสร็จก็จะใส่ตู้เซฟไว้  หลังจากนั้นก็จะนำไปฝากธนาคร โดยช่วงนั้นจะมีเงินอยู่ประมาณ 6-7 ล้านกว่า แต่ปัจจุบันนี้นับเงินเสร็จก็นำเงินกลับบ้าน มันใช่รึเปล่า  

ซึ่งปัจจุบันนี้ตนเองก็เป็นไวยาวัชกรอยู่  แต่หลังจากพระมหาสุนทร ได้ลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส และแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่มา ซึ่งเป็นพะระของมหาสุนทรมา เป็นเจ้าอาวาสแทนตัวเขา  หลังจากมีการเปลี่ยนตนเองก็ไม่เข้าวัดเลย ซึ่งตนเองไม่ชอบพฤติกรรมการกระทำ ซึ่งวันนี้ทราบมามีการประชุมและจะมาปลดตนเองออกจากไวยาวัจกรที่ไม่ให้ความร่วมมือโดยอ้างว่ามีเจ้าอาวาสใหม่

ซึ่งก่อนหน้านั้นอดีตเจ้าอาวาสองค์เก่า ได้สั่งการให้มหาต้อยที่รักษาการอยู่ ได้ให้ตนเองไปเบิกเงินมา 100,000 บาท ตนเองก็โต้แย้งไปว่าเขาขอวัดเดียวหรือเปล่า ตนเองจึงโทรศัพท์ไปหาเจ้าคณะตำบลหนองยายดา เจ้าคณะตำบลได้ตอบมาว่าไม่ต้องให้ไปให้เขาทำไม  ตนเองจึงไม่ไปเบิกให้ ซึ่งตนเองทราบมาว่าจะนำเงินแสนไปให้เจ้าคณะภาค หรือไอ้ทิดแย้ม ซึ่งวัดนี้เงินหมดเพราะไอ้แย้ม มาหลายล้านแล้ว จนติดคุกไปแล้ว  มันเป็นเวรกรรมมาเอาเงินหลวงพ่อเคลือบ มันอาศัยบารมีหลวงพ่อเคลือบกันหากิน

ด้านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ทางพระมหาสุนทร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดหนองจอกเป็นเจ้าคณะตำบลทัพทัน  ได้ส่งพระลูกวัดมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกระดี่นอก โดยที่ชาวบ้านบางส่วนก็รับทราบบางส่วนก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งเขารู้เห็นกันไปหมดแต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่พอใจ  และไม่เข้าวัด พระองค์ดังกล่าวเพิ่งมีพรรษาได้ 5 พรรษาเท่านั้น  ซึ่งพรรษายังน้อยอยู่และเรียนก็ไม่ได้เรียน ไม่ได้จบอะไรเลยมันใช่ไหมแบบนี้กล่าวในที่สุด

ด้านเจ้าอาวาสพระสมัย ได้ชี้แจงว่าเงินที่เก็บรุ่นก่อน 5 ล้านกว่านั้นอาตมาเป็นเจ้าอาวาสยังไม่เคยนำมาใช้เลยโดยใช้เงินปัจจุบันไปปรับปรุงภายในวัดและมีการปรับปรุงโบสถ์แต่เงินปรับปรุง นั้นไม่พอจึงขอเบิกบัญชีเก่ามาสมทบประมาณแสนกว่าบาท