แม่เฒ่าวัย 90 ปี ดับปริศนาชายป่ากว่า 8 ช.ม.ช่วงค่ำลูกสาวตามหาเจอถึงกับผงะแม่กลานป็นศพ

แม่เฒ่าวัย 90 ปี ดับปริศนาชายป่ากว่า 8 ช.ม.ช่วงค่ำลูกสาวตามหาเจอถึงกับผงะแม่กลานป็นศพ





Image
ad1

ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ชายป่าหมู่ 10 บ้านพลวงทอง ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หลังจากนั้น พ.ต.ท. มณเทียร แสนเทพ รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท. บุญเยี่ยม โพธิ์ศรี รอง ผกก.สืบสวน ร.ต.อ. ประสงค์ เชื้อนุ่น ร้อยเวร สภ.บ้านไร่ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านไร่ กู้ภัยอุทัยธานี กู้ภัย อบต.หูช้าง ไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ พบชาวกว่า 20 คน กำลังมุงดู  ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน พบมึผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นางบุญชู อิ่มอาเทศ อายุ 90 ปี บ้านเลขที่.48 ม.10 บ้านพลวงทอง ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ในสภาพศพสวมเสื้อคอกระเช้าสีแดง สวมผ้าถุงลายเหลือง สภาพศพนอนคว่ำหน้า ลำตัวแข็งพบที่ศีรษะเป็นรอยแผลถลอก แต่ไม่ลึก ยาวประมาณ 1 นิ้ว และบริเวณลำตัวมีรอยถลอก เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้ผู้ตาย พบรอยเลือด และท่อนไม้ วางอยู่บริเวณนั้น 1 อัน และค้นตามตัวผู้ตายพบกระเป๋าสตางค์มีเงินสดแบงค์ 20 3ใบ จำนวน 60 บาท

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุทัยธานี เพื่อทำการพิสูจน์หาหลักฐานสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง

จากการ สอบถาม  นางลำยวน จันทร เป็นลูกสาวของผู้ตาย ว่า ผู้ตายนั้นก่อนหน้านั้น ผู้ตาย มีบ้านแต่ได้เกิดไฟไหม้ หลังจากนั้นตนเองก็รับแม่มาอยู่ที่บ้าน ด้วย ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร และในวันที่เกิดเหตุตนเองได้ไปหาหมอที่ อ.หนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่ 04.00 น โดยเตรียมสำรับอาหารไว้ให้แม่ โดยแม่จะอยู่คนเดียว  และผู้ตายจะไม่ออกไปไหนเพราะว่าเขาจะกลัว

หลังจากนั้นช่วงเวลาจะมืดตนเองได้กลับมาจากหาหมอ และได้สอบถามหลานสาว ว่าแม่ไปไหนก็ตอบว่าไม่รู้ ตนเองจึงได้ออกตามหาบ้านญาติ ๆ ก็ไม่มีใครทราบ และตนเองก็ได้จำได้ว่าเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผู้ตายเคยพูดว่าจะไปเก็บพลู กินหมาก ที่บ้านเก่าของผู้ตายที่ถูกไฟไหม้ ตนเองจึงเดินไปดูก็ไม่พบ จึงเดินเลาะตามชายป่า เหลือบไปเห็นแม่นอนอยู่กับพื้น จึงรีบเข้าดู และทราบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบบอกพี่ชาย และเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นจึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ท. มณเทียร แสนเทพ รอง.ผกก.สอบสวน สภ.บ้านไร่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นไม่พบร่องลอยของการต่อสู้ ซึ่งสภาพศพนั้นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง จนลำตัวแข็ง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดจนทำให้สภาพศพที่นอนตากแดดจนดำ น่าจะจะเกิดโรคฮิทสโตรกอากาศร้อนจัด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และที่ลูกของผู้ตายสงสัยว่ามีรอยเลือดนั้น ผู้ตายนั้นเป็นคนกินหมาก อาจจะเป็นน้ำหมากของผู้ตายก็เป็นได้ และพบที่ศีรษะเป็นรอยแผลถลอก

แต่ไม่ลึก ยาวประมาณ 1 นิ้ว และบริเวณลำตัวมีรอยถลอก ซึ่งเบื้องต้นทางกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บดินตรงบริเวณทีมีเลือดไปตรวจสอบ พร้อมกับนำศพผู้ตายส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ หาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทางญาติๆ ของผู้ตายสบายใจ