กรมศุลกากรจับมือสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร ยกระดับความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร เพิ่มความเข้มงวดปราบปรามผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย


กรมศุลกากรจับมือสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร ยกระดับความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร เพิ่มความเข้มงวดปราบปรามผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. กรมศุลกากรจัดแถลงข่าวเพื่อแสดงถึงความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรด้านการควบคุมชายแดนและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกัญชา (Thailand – UK Partnership on Cannabis Border Controls and Enforcement)

โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร MR. DAVID THOMAS รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ MRS. BEKI WRIGHT หัวหน้าทีมภัยคุกคามชายแดน สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 กรมศุลกากร

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเน้นการควบคุมและป้องกันการส่งออกกัญชาผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความน่าเชื่อถือกับนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย โดยกัญชาที่สามารถส่งออกได้จะต้องเป็นกัญชาที่ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และได้รับอนุญาตให้ส่งออกจากประเทศไทย รวมทั้งได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากประเทศปลายทางเท่านั้น ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (1 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569) กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดกัญชาผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 3,309 คดี ตรวจยึดของกลางรวม 37,210 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 474.03 ล้านบาท

โดยเป็นการลักลอบนำเข้าจำนวน 43 คดี และลักลอบส่งออกจำนวน 3,266 คดี โดยเป็นคดีที่มีประเทศปลายทางเป็นสหราชอาณาจักร จำนวน 2,133 คดี คิดเป็น 65% ตรวจยึดของกลางได้รวม 13,960 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่า ณ ประเทศปลายทาง (สหราชอาณาจักร) สูงถึงกว่า 6,200 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบส่งออกกัญชายังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการเฝ้าระวัง อย่างเข้มงวด อีกทั้งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร ภายใต้กรอบ Thailand – UK Partnership on Cannabis Border Controls and Enforcement เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาไปยังสหราชอาณาจักร โดยกรมศุลกากรได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจค้น Handheld Z Backscatter ชุดตรวจสอบกัญชา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจาก Home Office International Operations และ National Crime Agency เพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติการคัดกรองผู้โดยสารและสิ่งของตั้งแต่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศต้นทาง รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมายให้เข้มงวดและเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งผู้กระทำความผิดจะต้องยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน พร้อมจ่ายค่าปรับตามน้ำหนักของกลางที่ตรวจยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท และหากผู้กระทำความผิดไม่ชำระค่าปรับดังกล่าว จะถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งภายหลังการบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมายผ่านทางท่าอากาศนานาชาติได้ถึง 71 ราย ตรวจยึดของกลางรวมประมาณ 1.3 ตัน ซึ่งกรมศุลกากรเชื่อมั่นว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายใหม่นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันเจตนารมณ์ในการปราบปรามการส่งออกกัญชาผิดกฎหมายของไทยอย่างจริงจัง และคาดว่าจะมีแนวโน้มการกระทำความผิดลดลงอย่างต่อเนื่อง

ด้านผู้แทนจากสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ลักลอบนำกัญชาเข้าไปยังสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2566 - 2568 สามารถจับกุมได้เป็นจำนวน 142 ราย 801 ราย และ 976 ราย ตามลำดับ และสำหรับในปีพ.ศ. 2569 นี้ มีผู้ถูกจับกุมแล้วจำนวน 600 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569) โดยผู้ลักลอบส่วนใหญ่มักถูกชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากกลุ่มอาชญากรรม ซึ่งเสนอค่าเดินทาง ที่พัก และเงินใช้จ่าย แลกกับการลักลอบขนกัญชากลับสหราชอาณาจักร แต่เมื่อถูกจับกุม กลุ่มดังกล่าวมักทอดทิ้งผู้ลักลอบให้รับผิดชอบด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ทางสหราชอาณาจักรขอขอบคุณรัฐบาลไทย กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับความร่วมมืออันเข้มแข็งในการยกระดับการควบคุมผ่านการบังคับใช้กฎหมาย
ซึ่งคาดว่าจะส่งผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถตรวจจับ และสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยให้แนวโน้มการลักลอบนำกัญชาเข้าสหราชอาณาจักรลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต พร้อมกันนี้สหราชอาณาจักรจะร่วมรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับโทษในการลักลอบนำเข้าส่งออกกัญชาผิดกฎหมายเพื่อไม่ให้ถูกตกเป็นเครื่องมือของขบวนการลักลอบขนส่งกัญชาหรือสิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาและการกระทำผิดข้ามชาติในทุกรูปแบบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาคมระหว่างประเทศ และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเป็นฟันเฟืองที่เข้มแข็งด้านการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและการควบคุมชายแดนในระดับสากล


