DSI รวบผู้ต้องหาต่างชาติคดีนอมินี ทำธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรูในภูเก็ต

DSI รวบผู้ต้องหาต่างชาติคดีนอมินี ทำธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรูในภูเก็ต





Image
ad1

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569  ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) จับกุม นายอาจีด (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2242/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนมาตรา 8

โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย และ เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดที่นิติบุคคล กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้ง ข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหา ได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 7/2567 ของกองคดีความมั่นคง โดยนายอาจีดฯ มีพฤติการณ์ ใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าบ้านพักพูลวิลล่าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศและในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้นำตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
             

ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรง

การบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป