เหยื่อน้ำท่วมพัทลุง350 ครัวเรือนลำบากรอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

เหยื่อน้ำท่วมพัทลุง350 ครัวเรือนลำบากรอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล





Image
ad1

ประชุมชาวบ้านลงมติเอกฉันท์ “เยียวยา” ถนนทุกสายมุ่งสู่ “หาดใหญ่” มหาวิปโยคน้ำท่วม คนแห่เข้าช๊อป  “แม่ขรี” พื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน “รอดน้ำ”

นายมโณศักดิ์ ทักษิณาวาณิชย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านด่านโลด พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลควนเสาธง ตัวแทนชาวบ้านประมาณ 350 ครัวเรือน ได้ประชุมทำความเข้าใจในการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบในช่วงฤดูฝนปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 – 27 พฤศจิกายน 2568 จากรัฐบาล  ที่ศาลาประชาคมหมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง  โดยในที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมทุกครัวเรือนที่ขอรับการเยียวยาจากรัฐบาล

ในขณะเดียวกันที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 11 บ้านควนล่อน ต.แม่ขรี เทศบาลตำบลควนเสาธง ของนางวราภรณ์ ตู้เฮี้ยน  และนายสุทธิลักษณ์ สาเหล็ม นายสุริยา สาเหล็ม สมาชิกสภาเทศบาลตำบลควนเสาธง พร้อมชาวบ้านได้เปิดครัวอาหาร ทำข้าวกล่องเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบมหาอุทกภัยมหาวิปโยคหาดใหญ่ จ.สงขลา จำนวน 2,000 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม มีอาหารข้าวไก่เจียว ข้าวผัดไก่ ข้าวน้ำพริกเจียว ฯลฯ พร้อมขนม ซึ่งก่อนนั้นได้ทวนน้ำเข้าไปสนับสนุนแล้วจำนวน 500กล่อง 

“ตอนนี้ชาว จ.พัทลุง ทุกส่วน ได้เดินทางไปสนับสนุนช่วยเหลือชาวหาดใหญ่กันมากมาย ทั้งกำลังและอาหาร ฯลฯ พวกเขาอดอาหารอยู่หลายวันนาสงสารมาก”

นายจรูญ แก้ววจีทรัพย์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชนภาครัฐ ต่างหลั่งไหลเดินทางไปสนับสนุนช่วยเหลือ จ.สงขลา ทั้งกลุ่มอาหารทั้งกลุ่มกำลังคน โดยเฉพาะสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง ได้สนับสนุนช่วยเหลือไปเมื่อวานนี้ (27 พย.68) จำนวน 700 ชุด นอกยังมีองค์กรต่างอีกจำนวนมาก.

ทาง ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ระหว่างวันที่ 22-27 พฤศจิกายน 2568 ทางเทศบาลได้ระดมกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน พร้อมอุปกรณ์ป้องกันน้ำอย่างเต็มที่สามารถปกป้องแม่ขรีชั้นในเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้า ของ จ.พัทลุงตอนล่าง ที่ประกอบด้วย อ.ตะโหมด อ.ป่าบอน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน อ.เขาชัยสน และ อ.กงหรา รอดจากน้ำท่วมใหญ่ได้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาทมีมูลค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ถึง 2,400 ล้านบาทเอาไว้ได้

ทั้งนี้จากได้ประเมินคำณวนไว้ 3 เดือนล่วงหน้า และได้มีแผนการป้องกันน้ำท่วมและประกอบกับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งปรากฎว่าได้มีมรสุมเข้ามาในเขตเทศบาลจำนวน 12 ครั้ง ในระยะ 7 วัน  จึงมีการสูบน้ำพื้นที่รองรับน้ำตามลำห้วยไว้ออกหมด เพื่อรองรับน้ำที่จะไหลเข้า ที่มาจากพื้นที่รอบข้าง ซึ่งมีต้นน้ำจากเทือกเขาบรรทัดเขตอนุรักษ์สัตว์ป่า

โดยมีเครื่องสูบน้ำพลังงานสูงจากกรมทรัพยากรน้ำ และจากสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา 4 รวมจำนวน 7 เครื่อง พร้อมวางกระสอบทรายทุกจุดความเสี่ยง ใช้อย่างเต็มกำลัง จึงสามารถป้องกันพื้นที่ชั้นในศูนย์กลางเศรษฐกิจ ทั้งเครื่องบริโภค อุปโภค ของ จ.พัทลุงตอนล่างจำนวน 6 อำเภอเอาไว้ได้

“ซึ่งตอนนี้ต่างประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ขนาดหนัก ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ และรอบ อ.หาดใหญ่ ได้เกิดสินค้าบริโภค อุปโภคขาดแคลน เนื่องจากรถขนส่งสินค้าเข้าไปไม่ถึง และคลังสินค้าหาดใหญ่ ทั้งสินค้าอุปโภค บริโภคกระทบน้ำเสียหายหนักจนเกิดขาดแคลน”

จากหลายพื้นที่จึงเข้ามาหาสินค้าบริโภคยังเทศบาลแม่ขรีเขตชั้นในศูนย์กลางสินค้า จนขายแทบไม่เหลือ และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขาดแคลน แต่ถึงอย่างไรภายในระยะ 2 วัน ประมาณว่าสินค้าจากส่วนกลาง กรุงเทพ จะเข้ามาถึงพื้นที่จึงไม่น่าจะกังวล.

ผู้ประสบ “มหาวิปโยคน้ำ”ท่วมใหญ่ ปี 43 53 68เผยน้ำครั้งนี้มหาวิปโยค ท่วมมิดหลังคา

นายโสภณวิทย์ แก้วมีแสง สมาชิกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทสไทย (สนท.) เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านแฟบเขตเทศบาลเมืองควนลังรอยต่อเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา  ได้มีประสบผลกระทบกับเรื่องถูกน้ำท่วมใหญ่ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ถึง 3 ครั้งครั้งแรกเมื่อปี 2543  น้ำท่วมตั้งไว้ในระดับ 80  น้ำท่วมใหญ่ ปี 2553 ในระดับ 70

แต่น้ำท่วมใหญ่ครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 21 พย.2568  มาจนถึงขณะนี้ ปรับตัวขึ้นมาระดับ 100  สูงกว่าทั้ง 2 ครั้ง โดยปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับ 30 ที่ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

นายโสภณวิทย์ กล่าวอีกว่า นอกจากการสูญเสียชีวิตแล้ว ยังมีการสูญเสียทรัพย์สินใช้ประจำวันในครัวเรือน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหาร พร้อมทั้งทั้งรถยนต์จะได้รับความเสียหายทุกครัวเรือนทั้งครัวเรือนขนาดย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง และขนาดใหญ่

“สำหรับตนถือว่าเป็นครัวเรือนขนาดเล็กประมินได้ว่าทรัพย์สินในครัวเรือนเสียหายประมาณ 60,000 70,000 บาท”

นายโสภณวิทย์ กล่าวอีกว่า  ซึ่งเฉพาะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มี จำนวน 10 เขต  จะประชาชนทุกครัวเรือนจะถูกน้ำท่วมทั้งหมด ยังไม่รวมถึงเทศบาลปริมณฑลรอบเทศบาลนครหาดใหญ่กระทบหนักเช่นกัน เฉพาะเศรษฐกิจภายในครัวเรือนจะสูญเสียมหาศาล

นายโสภณวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงประสบภัยน้ำท่วมขนาดใหญ่เรียกว่ามหาวิปโยค ซึ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานถูกล๊อกไว้เพื่อรักษาชีวิตประชาชน ให้มีความปลอดภัยสูงสุดเอาไว้ก่อน

“ผมเองอดอาหารอยู่ 2 วัน ต่อมาทางการและภาคเอกชน ได้ระดมพลทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและจิตอาสา เข้าสนับสนุนช่วยเหลือ ตนได้ใช้นกหวีดเป่าส่งสัญญาณเรียกหาผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือจึงได้มีอาหารและน้ำดื่มกิน”

ที่ตนได้มาอยู่อาศัยหนีน้ำท่วมหลังคามิด ประมาณน้ำสูงถึง 4 – 5 เมตร ที่รอดตายได้เพราะมีเค้าลางจากประสบน้ำใหญ่ครั้งที่ปี 2543 และปี 2553 ที่ได้ประสบมา จึงเคลื่อนตัวออกพร้อมครอบครัวได้ทันพอดีกว่าจะเกิดน้ำใหญ่น้ำไหลที่เร็วมาก ตนได้ขึ้นไปอาศัยบนบริเวณรอบข้างธนาคารกรุงไทย สาขาหาดใหญ่ใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เป็นฐานชั้นล่างสูง 2 ชั้น จำนวน 4 คน นอกนั้นที่ตามมาตามไม่ทันเพราะน้ำไหลเร็วเชี่ยวกราดและสูงขึ้นเร็ว

นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าเลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า บ้านพักอาศัยของตนอยู่ที่ย่านริมถนน 30 เมตรเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ น้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร และได้เดินทางไปย่านดาวน์ทาวน์ศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1,2 และถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 น้ำสูงประมาณ 3.50 เมตร เป็นการท่วมหนักสุด

“สำหรับทรัพย์สินในครัวเรือนของตนสูญเสียกว่า 70,000 บาท โดยเฉพาะรถยนต์จมน้ำมิด และส่วนญาติของตนเฉพาะรถยนต์จมนย้ำมิดถึง 2 คัน”

นายประยูร วงศ์ปรีชากร ประธานก่อการหอการค้าจังหวัดสงขลา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้หนักมาก ที่บ้านตนบริเวณโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ แต่เดิมท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ถึงบันใด 2 ขั้น แต่ท่วมครั้งนี้สูงถึง 6 ขั้น น้ำได้สูงขึ้นถึง 3 เท่า และย่านอื่น บางพื้นที่ 7 เมตร

“สำหรับตนภายในบ้าน ของเก่า หนังสือเก่า ฯลฯ เสียหายหมดสำหรับที่เคลื่อนย้ายไม่ทัน และรถยนต์อีก 2 คันเสียหายหมด เป็นการนับ 1 ใหม่ เริ่มต้นใหม่ของชีวิต” นายประยูร กล่าว.