ศรีสะเกษเดินหน้าเยียวยาชายแดน เร่งสำรวจบ้านเรือนเสียหายจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

จังหวัดศรีสะเกษเร่งเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว

นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานประชุมซักซ้อมแนวทางการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ โดยมีจ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ ผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานด้านช่าง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

สุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
ที่ประชุมได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD หรือหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ยืนยันว่าพื้นที่บ้านเรือนประชาชนมีความปลอดภัยแล้ว จึงสามารถเร่งรัดการสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ชี้แจงแนวทางให้ที่ประชุมรับทราบอย่างชัดเจน โดยกำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือแบ่งตามระดับความเสียหาย หากบ้านเรือนเสียหายไม่เกิน 49,500 บาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถประมาณราคาและดำเนินการได้เอง แต่หากความเสียหายเกินกว่า 49,500 บาท จะต้องรายงานให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษเป็นผู้ดำเนินการประเมินและจัดทำราคากลาง

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจข้อมูลโดยเร็วที่สุด หากพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายจำนวนมากเกินศักยภาพ ให้รายงานจังหวัดเพื่อสนับสนุนวิศวกรและช่างจากหน่วยงานอื่นเข้าช่วยเหลือ พร้อมกำหนดรูปแบบรายงานข้อมูลความเสียหายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และทั่วถึง

สำหรับพื้นที่ตำบลเสาธงชัย มีรายงานบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 209 หลัง และเสียหายทั้งหลัง 13 หลัง ซึ่งอยู่ในกลุ่มความเสียหายเกินเกณฑ์ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และสถาบันการศึกษาด้านช่าง จะลงพื้นที่ประเมินและจัดทำราคาซ่อมสร้างโดยตรง

การสำรวจความเสียหายทั้งหมดมีกำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 5–9 มกราคม 2569 เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษย้ำว่า การเยียวยาและซ่อมสร้างบ้านเรือนในครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัย และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน


