ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง รวบ "หยกดำ" นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ ชิงทรัพย์ ซุกศพท้ายรถเก๋ง

ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง รวบ "หยกดำ" นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ ชิงทรัพย์ ซุกศพท้ายรถเก๋ง





Image
ad1

ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง รวบ "หยกดำ" นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ ชิงทรัพย์ ซุกศพท้ายรถเก๋ง หลังก่อคดีหนีไปซุกตัวกับทหารกะเหรี่ยง

.พ.ต.อ.สุพจน์ นวรัตนารมย์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าสองยาง จังหวัดตาก พร้อมด้วยตำรวจตระเวนชายแดน ร้อยตชด.344 อ.ท่าสองยาง ได้นำนายซอกาลา ไม่มีนามสกุล หรือหยกดำ ฉายานักมวยชื่อดัง จากค่ายมวยดัง.  อายุ 28 ปี ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพทีีบริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ บริเวณบ้านใหม่ หมู่ที่1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง ในข้อกล่าวหา ฆ่าชิงทรัพย์ และทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือ เหตุแห่งการตาย โดยผู้ตายชื่อนายซอ ไม่มีนามสกุล   สัญชาติเมียนมา เชื้อสายกะเหรี่ยง อายุ 35   ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง

การทำแผนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร และตำรวจตชด.ได้คุมเข้มท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอด เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นนักมวยชื่อดังทั้งในประเทศไทย และประเทศเมียนมา รู้จักชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดน และกลุ่มกองกำลังตามแนวชายแดนไทย เมียนมา และท่าทางก้าวร้าว พูดจา วกวนกวนไปกวนมา ในวันเกิดเหตุหยกดำร่วมกับนายสุวิ (นามสมมุติ)อายุ 17 ปี ได้ล่อลวงผู้ตายไปพบที่ก่อเหตุในกระท่อมดังกล่าวในวันที่ 13 มีนาคม 2569 จากนั้นนายซอกาลาได้ล็อกคอก่อน และให้นายสุวิ เป็นคนแทงนายซอ จากนั้นนายหยกดำเป็นคนใช้มีดปาดคอผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม และนำทรัพย์สินผู้เสียหายเป็นรถจักรยานยนต์ ยีห้อ ฮอนด้าเวฟ ไอ ทะเบียน 1กผ-5049 ตาก สีดำเขียวเงินสด จำนวน 25,000    บาท

จากนั้นทางผู้ต้องหาได้นำศพนายซอใส่ในกระสอบปุ๋ย และนำไปใส่ท้ายรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อนีสสัน กง........ตาก ที่เตรียมไว้และนำศพไปทิ้งป่าข้างทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ  7 กิโลเมตร จากนั้นได้นำรถยนต์เก๋งไปเก็บไว้ที่บ้านภรรยาเส้นทางเดียวกับที่เกิดเหตุ ส่วนนายซอกาลากับนายวิได้หลบหนีไปฝั่งเมียนมา ซึ่ง เป็นเขตอิทธิพลของทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง เนื่องจากนายหยกมีญาติผู้ใหญ่เป็นนายทหารชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง
ต่อมามี ชาวบ้านที่ผ่านไปมาได้กลิ่นศพ และไปดูจึงพบศพเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 พร้อมกลับไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าสองยางไปตรวจสอบชันสูตรพลิกศพร่วม กับแพทย์โรงพยาบาลท่าสองยาง

ด้าน ผกก.สภ.ท่าสองยางได้รับรายงาน และทราบเรื่อง จึงสั่งการ พ.ต.ต.อภิวัฒน์  ถาวร  สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าสองยางได้ติดตามคดี พร้อมระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม และชุดสืบสวนสอบสวน สภ. ท่าสองยางได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนคดีนี้จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยได้ประสานกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ กองร้อย ตชด.344. และทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่35 ร่วมกันประสานกับผู้นำฝ่ายเมียนมา และกองกำลังชนกลุ่มน้อย จนสามารถนำตัวนายวิมาดำเนินคดีเขตไทยได้เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ส่วนหยกดำนั้น ไม่ได้ เพราะมีเส้นสาย และมีอิทธิพลในฝั่งเมียนมามาก แต่ทางตำรวจไทย และทหารก็ไม่ละความพยายาม ในการปะสานกับผู้มีอำนาจในฝั่งเมียนมา จนฝ่ายกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงส่งเจ้าหน้าทหารไปหลอกล่อออกมาจากบ้านพักในฝั่งเมียนมา

ภายหลังจากทราบข่าวว่า นายซอกาลาได้พกระเบิด จำนวน 2 ลูก กับตัวเองไว้ตลอดเวลา และทราบว่า มีแผนจะเข้ามาก่อเหตุในเขตไทยเพื่อจัดการกับชายคนใหม่กับภรรยาของตนเอง ที่ปันใจไปให้ชายอื่นระหว่างที่นายหยกดำหลบหนึ ซึ่งในระหว่างหลอกล่อนั่น เจ้าหน้าที่ทหารกะเหรี่ยงได้เลี้ยงสุรานายหยกดำจนเมา จากนั้นใช้กำลังทหาร 4 นายล็อกตัวหยกดำได้อย่างทุล้กทุเล เพราะหยกดำแข็งแรงมาก ต่อมาทหารกะเหรี่ยงได้ยึดระเบิดที่ติดตัวไว้ พร้อมกับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับนายซอกาลา นั้น อยู่ประเทศไทยมานาน และเป็นนักมวยชื่อดังในประเทศไทย และประเทศเมียนมา ได้ค่าตัว 20,000 -30,000 บาท และเป็นนักมวยในสังกัดค่ายดังระดับประเทศ

พันตำรวจเอกสุพจน์กล่าวว่า ได้ร่วมกับทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดนในการประสานกับกองกำลังฝ่ายเมียนมาและชนกลุ่มน้อยจนสามารถนำตัวนายซอกาลามาได้แต่การติดตามจับกุมตัวนั้นลำบากมากเนื่องจากคนร้ายมีการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของทางเจ้าหน้าที่ไทยตลอด