ตร.ไซเบอร์ จับมือ กสทช. บุกค้นดาดฟ้าตึกแนวชายแดนใต้พบสายอากาศเถื่อนอื้อ คาดลอบส่งสัญญาณข้ามแดน

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนหาข่าวเพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมทางเทคโลยีทุกรูปแบบ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กสทช. ได้สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ผิดกฎหมายที่อาจใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ ในบริเวณพื้นที่แนวชายแดนประเทศไทย-มาเลเซีย

ต่อมา พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5 มอบหมายให้ พ.ต.ท.เอกกฤตอิทธิ์ จันทรวิวัฒน์ สว.กก.2 บก.สอท.5 และ พ.ต.ต.สุบิน นัมรัตน์ สว.กก.2 บก.สอท.5 นำกำลังตำรวจไซเบอร์สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ กสทช. ภาค 4 และ เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เขต 41 ร่วมกันเข้าตรวจค้นเป้าหมายใกล้บริเวณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย จำนวน 2 จุด ดังนี้

จุดที่ 1 โรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ถนนกาญจนรุจี 2 ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา
จากการเข้าตรวจค้น พบว่ามีการติดตั้งสายอากาศอันเป็นอุปกรณ์ของเครื่องวิทยวิทยุ ไม่ทราบยี่ห้อ/รุ่น โดยติดตั้งภายนอกอาคาร บนดาดฟ้า (ชั้น 8) จำนวน 3 ต้น ซึ่งมีการเชื่องโยงสายนำสัญญาณลงมาที่ชั้น 6 และชั้น 3 แล้วต่อเข้ากับ เครื่องวิทยุคมนาคม ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น TD-9566G5M RF Repeater และ รุ่น Q-99990 GSM ในลักษณะปิดการใช้งาน เพื่อกระจายสัญญาณเข้ากับสายอากาศอันเป็นอุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมภายในอาคารจำนวน 7 ต้น, ยี่ห้อ AnnAtec รุ่น DXD-mboVooNN, aa-ob A จำนวน 5 ต้น, ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น HDXDoV&EobbitoboDoT จำนวน 2 ต้น และ ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น RMalea-ANTatte-b-E(2.5) จำนวน 6 ต้น โดยกระจายติดตั้งในแต่ละชั้น จำนวน 7 ชั้น

จุดที่ 2 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ถนนกาญจนรุจี 3 ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา
จากการเข้าตรวจค้น พบว่ามีการติดตั้งสายอากาศอันเป็นอุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคม ไม่ทราบยี่ห้อ โดยติดตั้งภายนอกอาคาร บนดาดฟ้า (ชั้น 10) จำนวน 3 ต้น ซึ่งมีการเชื่อมโยงสายนำสัญญาณลงมาที่ชั้น 6 ต่อเข้ากับเครื่องขยายสัญญาณภายในอาคาร ไม่ทราบ ยี่ห้อ/รุ่น จำนวน 7 ต้น และเชื่อมต่อกับเครื่องวิทยุคมนาคมไม่ทราบยี่ห้อ RF repeater GSM/9G REPEATER ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น จำนวน 3 เครื่อง และ GSM3G REPEATER ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น จำนวน 1 เครื่อง ในลักษณะปิดการใช้งาน

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 บริษัท พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

