เศร้าทั้งดอยสกาด! ครอบครัวร่ำไห้ส่ง "ยายเงา" เหยื่อรอทวงสิทธิ์บัตรคนจน วอนรัฐบาลคืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ

เศร้าทั้งดอยสกาด! ครอบครัวร่ำไห้ส่ง "ยายเงา" เหยื่อรอทวงสิทธิ์บัตรคนจน วอนรัฐบาลคืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ





Image
ad1

บรรยากาศที่บ้านของ นางเงา รกไพร อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 9 หมู่ 2 บ้านสกาดกลาง ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเสียชีวิตหลังเดินทางลงจากดอยสกาดเพื่อไปยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้ารับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว เมื่อวานที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกหลาน ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยายเงาเดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเกิดอาการเป็นลม เจ้าหน้าที่และทีมกู้ชีพพยายามช่วยเหลือและปั๊มหัวใจหลายครั้ง ก่อนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.30 น. ของวันนี้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นางสาวอำไพร รกไพร น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะในการลงทะเบียนครั้งก่อน ยายเงาได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับต้องเดินทางลงจากดอยเพื่อมายืนยันตัวตนอีกครั้ง ทำให้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร และทบทวนขั้นตอนการดำเนินการให้เข้าถึงประชาชนมากกว่านี้

ด้าน นางสาวชุติกาญจน์ เพื่อนบ้านของยายเงา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กลับถูกตัดสิทธิ์ในรอบล่าสุด บางคนเพียงเพราะมีหนี้กับ ธ.ก.ส. ทั้งที่เงินกู้ดังกล่าวนำไปสร้างบ้าน ทำการเกษตร และส่งลูกเรียนหนังสือ ขณะที่บางรายถูกตัดสิทธิ์เพราะมีชื่อครอบครองรถหลายคัน ทั้งที่เป็นรถเก่าสภาพทรุดโทรมจนแทบใช้งานไม่ได้

ชาวบ้านยังสะท้อนว่า คนบนดอยสกาดส่วนใหญ่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางเข้าอำเภอหรือเข้าเมืองต้องเช่าเหมารถ มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 200-1,000 บาทต่อครั้ง แต่ทุกคนก็ยอมเสียค่าใช้จ่าย เพราะต้องการรักษาสิทธิ์สวัสดิการเดือนละ 300 บาทที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิต

ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหวังว่ารัฐบาลจะเร่งพิจารณาคืนสิทธิ์ให้กับผู้มีคุณสมบัติ และปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียอันน่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก.