ระทึก!หลายหน่วยงานรุกเกลี้ยกล่อมหญิงป่วยจิตเวชย่านนิมิตรใหม่ส่งตัวบำบัดรักษาฟื้นฟูจิตใจ

ระทึก!หลายหน่วยงานรุกเกลี้ยกล่อมหญิงป่วยจิตเวชย่านนิมิตรใหม่ส่งตัวบำบัดรักษาฟื้นฟูจิตใจ





Image
ad1

หลายหน่วยงานรัฐประสานเกลี้ยกล่อมหญิงป่วยจิตเวชย่านนิมิตรใหม่สำเร็จ พร้อมส่งตัวบำบัดรักษาฟื้นฟูจิตใจ หวังคืนชีวิตปกติให้เพื่อนบ้านหลังเผชิญวิกฤตความเครียดสะสมจากการสูญเสียที่พึ่งทางใจ

วันนี้ 11 มิถุนายน 2569 จากกรณีเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดียกรณีหญิงสาวรายหนึ่งในย่านนิมิตรใหม่มีพฤติกรรมแสดงอาการทางจิตเวช จนส่งผลกระทบต่อผู้ที่สัญจรผ่านไปมาและเพื่อนบ้านใกล้เคียง ได้รับการคลี่คลายลงแล้วอย่างละมุนละม่อม โดยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ กรมสุขภาพจิต และนักสังคมสงเคราะห์จากศูนย์บริการสาธารณสุข 64 เขตคลองสามวา ที่ได้ร่วมกันบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง

สำหรับวันนี้ พันตำรวจเอก ชัยธัช เชียงทา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.นิมิตรใหม่ ที่ได้ประสานให้พี่ชายของผู้ป่วยเข้าเป็นตัวกลางในการสื่อสารร่วมกับพนักงานสอบสวนหญิง เพื่อเปิดใจรับฟังปัญหาที่กัดกินใจผู้ป่วยมาตลอด 2 เดือน หลังจากสามีถูกจับกุมจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความโดดเดี่ยวและความเครียดสะสม แม้ในเบื้องต้นเจ้าตัวจะยังคงปฏิเสธภาวะป่วยทางจิต แต่ด้วยกระบวนการพูดคุยที่เน้นความเข้าใจและการรับฟังอย่างลึกซึ้งเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ผู้ป่วยยอมเปิดใจและตกลงยอมรับการตรวจรักษาทางการแพทย์โดยดี โดยจากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่าหญิงรายดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรมหรือหมายจับแต่อย่างใด

ทางด้านนางมลฑา ชื่นชอบ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ได้ฉายภาพถึงทิศทางการฟื้นฟูว่า หลังจากนี้ผู้ป่วยจะถูกนำตัวส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลในพื้นที่ ก่อนจะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดเฉพาะทางที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา โดยจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับสภาพจิตใจและควบคุมอาการ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับความร่วมมือจากญาติในการกำชับให้กินยาอย่างต่อเนื่องเมื่อกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อมั่นว่าหากเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ผู้ป่วยรายนี้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติอีกครั้ง

ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเคยมีคลิปภาพเหตุการณ์การโต้เถียงปรากฏออกไปนั้น กลับเต็มไปด้วยกระแสความเห็นอกเห็นใจ โดยพนักงานส่งอาหารรายหนึ่งที่เคยตกเป็นคู่กรณีจากการถูกเหยียดหยามวุฒิการศึกษา ได้เปิดเผยความรู้สึกอย่างใจกว้างว่า ตนไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองหรือคิดจะแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เนื่องจากตระหนักดีว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลมาจากอาการป่วย ไม่ใช่เจตนาที่แท้จริง พร้อมมองว่าการพาไปรักษาคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงที่แสดงความโล่งใจและยินดีที่เห็นหน่วยงานเข้ามาจัดการปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยุติความกังวลใจและสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดองในชุมชนกลับคืนมาอีกครั้ง