เปิด 5 ฉากปฏิบัติการฮั้ว สว.อ้างเส้นเงิน-โรงแรม-โพยเลือกตั้ง จี้ 5 บุคคลสำคัญแจงสังคม

เปิด 5 ฉากปฏิบัติการฮั้ว สว.อ้างเส้นเงิน-โรงแรม-โพยเลือกตั้ง จี้ 5 บุคคลสำคัญแจงสังคม





Image
ad1

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านจัดเวทีเสวนาเปิดหลักฐาน “คดีโกง สว. ภาค 2” นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายภัณฑิล น่วมเจิม และนายชยพล สท้อนดี สส.พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงพยานที่นำข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

ช่วงท้ายเวที นายพริษฐ์ กล่าวสรุปว่า จากคำให้การของพยานหลายปาก ประกอบกับหลักฐานที่เคยถูกส่งให้หน่วยงานของรัฐ ทำให้เห็นภาพของกระบวนการที่อ้างว่ามีการวางแผนเพื่อยึดครองวุฒิสภา โดยเชื่อว่าปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นก่อนเดือนพฤษภาคม 2567 และสามารถแบ่งลำดับเหตุการณ์ออกเป็น 5 ฉากสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งผู้สมัคร การผลักดันให้ผ่านการเลือกระดับอำเภอและจังหวัด การรวมตัวตามศูนย์ทำโพยก่อนการเลือกระดับประเทศ การใช้โพยในวันเลือกระดับประเทศที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และการประชุมของ สว. หลังได้รับเลือก

นายพริษฐ์ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าการจัดตั้งผู้สมัครมุ่งเป้าไปยังจังหวัดขนาดเล็กที่มีจำนวนอำเภอไม่มาก เมื่อเปรียบเทียบจำนวน สว. กับจำนวนประชากร พบว่าจังหวัดอ่างทองมีอัตราส่วน สว. ต่อประชากร 1 ล้านคนสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าจังหวัดที่มีประชากรน้อยกลับมีจำนวน สว. ต่อประชากรสูงกว่าหลายพื้นที่

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงข้อมูลเส้นทางการเงินในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบการโอนเงินไปยังผู้สมัคร สว. หลายราย โดยเห็นว่าเป็นหลักฐานที่อาจบ่งชี้ถึงการว่าจ้างผู้สมัครและการจัดการลงคะแนนให้ผู้สมัครบางคน พร้อมระบุว่า “นายสุบิน” เป็นหนึ่งในบุคคลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำส่งฟ้อง แต่ยืนยันว่าหลักฐานที่ กกต. ถือครองมีมากกว่าผู้ถูกกล่าวหาเพียง 8 คนอย่างแน่นอน

ฝ่ายค้านยังเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งระบุว่ามีการโอนเงินไปยัง น.ส.ภัณนิภา ผาสุข เลขานุการ ก่อนจะมีการโอนต่อไปยังผู้สมัคร สว. จังหวัดหนองบัวลำภู 7 ราย โดยระบุเหตุผลในการโอนว่าเป็นการยืมเงิน ชำระหนี้ และค่าจ้างตรวจรังวัดที่ดิน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม

ส่วนกรณีจังหวัดอำนาจเจริญ นายพริษฐ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 มีการจัดกิจกรรมที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอำนาจเจริญ และจากการตรวจสอบภาพถ่ายพบว่ามีบุคคลที่ต่อมาสมัครเป็น สว. อย่างน้อย 4 คนเข้าร่วมกิจกรรม โดยในจำนวนนี้มี 3 คนที่ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำ สว.

สำหรับกระบวนการก่อนการเลือกระดับประเทศ นายพริษฐ์กล่าวว่า พยานหลายรายให้ข้อมูลว่ามีการนัดรวมตัวผู้สมัครจากหลายจังหวัดที่โรงแรมและศูนย์ทำโพยหลายแห่ง พร้อมมีการพูดคุยเรื่องค่าตอบแทน และมีนักการเมืองรวมถึงบุคคลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว โดยย้ำว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้จากภาพกล้องวงจรปิดของโรงแรม

ในวันเลือกระดับประเทศ ยังมีข้อกล่าวหาว่ามีการเดินแจกโพยเลือกตั้ง โดยหนึ่งในรายชื่อที่ถูกกล่าวอ้างคือ นายมงคล สุริยะสัจจะ ขณะที่หลังการเลือก สว. พยานหลายปากให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า มีการประชุมของ สว. ประมาณ 100 คน เมื่อวันที่ 21 และ 27 กรกฎาคม 2567 และมีการกล่าวอ้างว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

จากข้อมูลทั้งหมด นายพริษฐ์จึงตั้งคำถามต่อบุคคลสำคัญ 5 ราย เพื่อให้ชี้แจงต่อสาธารณะ ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางสุขสำรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ โดยขอให้ชี้แจงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การติดต่อบุคคล การโอนเงิน และการพบปะผู้สมัคร สว. ตามที่พยานกล่าวอ้าง

ภายหลังการเสวนา นายพริษฐ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าร่างคำฟ้องคดีหมิ่นประมาทกรณีฮั้ว สว. เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่ควรเตรียมตัวมากที่สุดคือผู้ที่ถูกตั้งคำถามจากข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนอ พร้อมย้ำว่าหลักฐานส่วนใหญ่ที่นำมาเปิดเผยอยู่ในสำนวนของทั้ง กกต. และดีเอสไออยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเกรงว่าการตรวจสอบจะไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และอาจไม่ไปถึงชั้นศาล

นายพริษฐ์ยืนยันว่า ข้อมูลที่นำเสนอไม่ได้อาศัยเพียงคำให้การของพยานบุคคล แต่ยังมีหลักฐานประกอบ ทั้งเส้นทางการเงิน การจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก และข้อมูลอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งข้อเท็จจริงที่พยานกล่าวอ้าง ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา หรือสถานที่ ล้วนเป็นประเด็นที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อม

เมื่อถูกถามถึงความน่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งหลายรายเป็นผู้สมัคร สว. ที่ไม่ได้รับเลือก นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือก สว. จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้มีข้อมูลจะเป็นผู้สมัคร พร้อมย้ำว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีโอกาสกลับมาเป็น สว. แม้จะมีการเพิกถอนสมาชิกภาพของ สว. ชุดปัจจุบัน จึงเห็นว่าควรพิจารณาสาระของคำให้การมากกว่าตัวบุคคล หากข้อมูลไม่เป็นจริง ผู้ถูกกล่าวหาสามารถออกมาชี้แจงได้

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์กรณีกรรมการ กกต. รายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า จะพิจารณาเฉพาะพยานหลักฐานที่อยู่ในสำนวนและต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยเห็นว่าการไต่สวนตามกฎหมายกำหนดให้ กกต. ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงทุกด้าน การตัดน้ำหนักพยานหรือไม่นำข้อมูลใหม่มาพิจารณา อาจขัดต่อหลักการไต่สวนที่กฎหมายกำหนดไว้ และอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. เอง

นายพริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกังวลไม่ใช่เพียงการยกคำร้องทั้งหมด แต่รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการส่งฟ้องเพียงบางส่วน โดยไม่ได้ยึดหลักฐานเป็นเกณฑ์ หากเป็นเช่นนั้นจะกลายเป็นการ “สังเวยน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม” พร้อมย้ำว่าข้อกล่าวหาที่นำเสนอสะท้อนถึงเครือข่ายที่เชื่อมโยงนักการเมืองและพรรคการเมืองบางส่วน ไม่ใช่เพียงการกระทำของบุคคลในบางจังหวัดเท่านั้น

พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ระบุว่า หากท้ายที่สุด กกต. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องโดยไม่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน พรรคฝ่ายค้านจะพิจารณาใช้ทุกกลไกตามกฎหมาย ทั้งการดำเนินคดีต่อ กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การตั้งกระทู้ การใช้กลไกของคณะกรรมาธิการ และหากผู้ที่ถูกตั้งคำถามยังไม่ออกมาชี้แจง ก็พร้อมยกระดับไปสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการเลือก สว. เท่านั้น แต่จะครอบคลุมการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในภาพรวม