สะเทือนป่ามรดกโลก! รมว.ทส. สยบข่าวลือถกปม "ทับลาน" 50 ปี ยันต้องยุติธรรม-ไม่เฉือนป่าสังเวยนายทุน

ปราจีนบุรี - รมว.ทส.แถลงข่าว หลังประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ พร้อมไลฟ์สดแก่ประชาชนทั่วประเทศผ่านเพจกรมอุทยานฯ ความหวังผืนป่าทับลานยังไม่สิ้น! รัฐบาลส่งสัญญาณชัด สยบกระแสสังคมหลังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติถกเครียดคลี่ปมปัญหาที่ดินยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ลั่น “ทับลาน” มรดกโลกในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา ต้องคงอยู่ พร้อมใช้ไม้แข็งจัดการคดีบุกรุกป่าเด็ดขาด ไม่มีการนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำผิดเด็ดขาด!

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตระหนักดีถึงความห่วงใยจากทุกภาคส่วน จึงย้ำให้การแก้ไขปัญหาต้องยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าการพิจารณาครั้งนี้ "ไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานฯ ทั้งหมด" แต่เป็นการปรับปรุงแนวเขตเพื่อแก้ปัญหาให้ชุมชนดั้งเดิม พร้อมเตรียมประกาศผนวกพื้นที่ป่าสมบูรณ์อีกกว่า 86,966 ไร่ เข้าเป็นเขตอุทยานฯ เพื่อชดเชยและรักษาผืนป่าให้ยั่งยืน

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้ง สคทช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ส.ป.ก. และผู้ทรงคุณวุฒิ แถลงแนวทางจำแนกพื้นที่ 5 กลุ่ม ดังนี้:
• กลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 5: เห็นควรเพิกถอนรวมกว่า 155,000 ไร่ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตามภารกิจ โดยยืนยันว่า พื้นที่ที่ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่าจะไม่ได้รับสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น และคดีต้องเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด
• กลุ่มที่ 4 (พื้นที่สีชมพู) 109,420 ไร่: มีมติให้ "ชะลอการเพิกถอน" ไว้ก่อน โดยให้คงสถานะอุทยานฯ และใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในการสอบสวนสิทธิ์ราษฎรดั้งเดิมให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงาน อุทยานแห่งชาติทับลาน คือมรดกโลกทางธรรมชาติ (กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่) ในพื้นที่ 2 จังหวัดคือ จังหวัดปราจีนบุรีและ จังหวัดนครราชสีมา ที่มีความสำคัญระดับสากล และเป็นแหล่งต้นกำเนิดของ "ต้นลาน" ผืนสุดท้ายของไทย อีกทั้งยังเป็นทางเชื่อมต่อสัตว์ป่า (Wildlife Corridor) ที่สำคัญระหว่างทับลานและเขาใหญ่ เพื่อป้องกันปัญหาพันธุกรรมเลือดชิดในสัตว์ป่า การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะส่งผลกระทบต่อสถานะมรดกโลกหรือไม่ ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าได้กำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันระบบนิเวศอย่างรัดกุม
แม้จะมีมาตรการจากรัฐบาล แต่ภาคประชาชนและนักอนุรักษ์ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยตั้งคำถามว่าผืนป่าที่เปรียบเสมือน "ปอด" ของคนไทย จะถูกบั่นทอนจากกระแสการเมืองและการบุกรุกของกลุ่มอิทธิพลหรือไม่? ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญยังเน้นย้ำให้พื้นที่ที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ต้องรักษาไว้เป็นป่าชุมชน และต้องไม่ให้ที่ดินหลุดมือไปสู่กลุ่มทุนผ่านการเปลี่ยนมือในโครงการ ส.ป.ก. "นี่คือบททดสอบสำคัญของรัฐบาล ว่าจะเลือกเฉือนผืนป่าเพื่อสนองนโยบาย หรือปกป้องมรดกโลกไว้ให้ลูกหลานไทย"

บทวิเคราะห์ ข้อมูลผลการประชุม ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ - กรีดเลือดป่ามรดกโลก! แผนเฉือน “ทับลาน” สะเทือนใจคนรักป่า พื้นที่นับแสนไร่จ่อหลุดมือ!หรือไม่
เสียงตะโกนจากผืนป่าทับลานกำลังดังระงม! เมื่อแผนการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 กำลังกลายเป็นชนวนเหตุครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนหัวใจคนรักธรรมชาติและสัตว์ป่าทั่วประเทศ วิเคราะห์จากภาพแผนที่ที่ปรากฏในไฟล์ "อุทยานแห่งชาติทับลาน " แสดงให้เห็นภาพการแบ่งพื้นที่ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งอาจเปลี่ยนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมาไปตลอดกาล

ตามเอกสารแนวทางการแก้ไขปัญหา อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา วิเคราะห์จากข้อมูล พบว่ามีการจำแนกพื้นที่ออกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่จ่อคิวถูก "เพิกถอน" ออกจากความเป็นอุทยานแห่งชาติ:
• กลุ่มที่ 1 (พื้นที่สีเหลือง): พื้นที่ทับซ้อน ส.ป.ก. กว่า 53,416.47 ไร่ ที่มีแนวทางให้เพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ
• กลุ่มที่ 2 (พื้นที่สีขาวคาดเหลือง): โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี เนื้อที่ 8,328 ไร่ ที่จ่อถูกเพิกถอนเช่นกัน
• กลุ่มที่ 3 (พื้นที่สีส้ม): พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) เนื้อที่มหาศาลถึง 87,500 ไร่ ที่เตรียมเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.
• กลุ่มที่ 5 (พื้นที่สีขาวคาดแดง): ที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ 6,621 ไร่

ขณะที่พื้นที่กลุ่มที่ 4 (สีชมพู) ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 109,420.99 ไร่ ถูกเสนอให้คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติและใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562 ในการพิสูจน์สิทธิ แทนการเพิกถอน เพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้างต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ นักอนุรักษ์ต่างตั้งคำถามว่า "ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ จะเหลือพื้นที่สำหรับสัตว์ป่าอีกเท่าไหร่?"
จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีแปลงคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่กลุ่มที่ 1-5 รวมแล้วถึง 552 แปลง (555 คดี) ครอบคลุมพื้นที่ 12,527 ไร่ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการบุกรุกเกิดขึ้นจริง และเป็นข้อบ่งชี้ว่าหากรัฐบาลถอยหลังลงคลองด้วยการเพิกถอนพื้นที่เหล่านี้ จะเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้บุกรุกได้ใจหรือไม่?

5 ข้อเรียกร้องคืนความยุติธรรมให้ธรรมชาติ
เพื่อให้มั่นใจว่าผืนป่าจะไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ มีข้อเสนอที่สำคัญ ดังนี้:
1. รักษาพื้นที่ป่าสมบูรณ์: พื้นที่ที่ไม่มีบุคคลครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถูกรักษาไว้เป็นป่าชุมชนหรือพื้นที่สาธารณประโยชน์
2. ทบทวนมติ ครม.: ขอให้ สคทช. นำเรื่องเสนอ ครม. เพื่อโปรดพิจารณาทบทวนมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 อีกครั้ง
3. คุมเข้มผลกระทบสิ่งแวดล้อม: กำชับให้ราษฎรในพื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) ต้องคำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
4. เอาผิดคดีเก่า: บรรดาคดีที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขต ต้องให้ ส.ป.ก. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
5. ไม่รับรองสิทธิผู้ทำผิด: พื้นที่กลุ่มที่ 1, 2 และ 3 ที่เตรียมเพิกถอน "ต้องไม่รับรองสิทธิ" ให้กับรายที่ถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด!

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยทั้งชาติจะรวมพลังปกป้อง "ทับลาน" มรดกโลกของทุกคน ก่อนที่ผืนป่าจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนาน! ............คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่พื้นที่มรดกโลกกำลังถูกปรับเปลี่ยนแนวเขตแบบนี้?.......
โดย...มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###









