สกัดจับเฒ่าวัย 70 ปี ปิดฉากการหลบหนีข้ามภาคหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ "ฆ่าล้างสายเลือด"

ปราจีนบุรี -นาทีระทึกขวัญปฏิบัติการสกัดจับเฒ่าวัย 70 ปี ปิดฉากการหลบหนีข้ามภาคหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ "ฆ่าล้างสายเลือด" กระหน่ำยิงน้องสาวดับคาที่-น้องเขยสาหัสปางตาย ก่อนจุดไฟเผารถซ้ำปมข้อพิพาทรังวัดที่ดินมรดกเลือดที่จังหวัดระยอง เผยความตายมาถึงก่อนตำรวจหลังผู้ตายแผ่ลางสังหรณ์ขอกำลังอารักขา สุดท้ายคนร้ายซิ่งกระบะคู่ใจจาก จ.ระยอง เข้าปราจีนบุรี ผ่านทางหลวงสายเสี่ยงภัยถนนสาย 304 มุ่งหน้าไปภาคอีสาน ก่อนจนมุมตำรวจทางหลวงร่วมกับตำรวจท้องที่ปิดกล่องล็อกตัวได้คาด่านตรวจจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมคลังกระสุนปืน 9 มม. บรรจุแน่นแมกกาซีนในสภาพพร้อมรบ
เมื่อเวลา 18.50 น. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี จากกรณี เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 9 ก.ค. 2569 พ.ต.ท.สุริยา กุล สารวัตร (สอบสวน) สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง บริเวณพื้นที่ก่อสร้างห้องเช่า ซอย 10 สาย 13 หมู่ 1 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบภาพสุดสลด รถยนต์สีขาวถูกไฟไหม้เสียหายบริเวณหน้ารถ ใกล้กันพบศพ นางอรวรรณ ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยเสียชีวิตในลักษณะนอนจมกองเลือด ขณะที่ นายสิงขร สามีของนางอรวรรณ ถูกยิงเข้าที่ขมับได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสปางตาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

พ.ต.อ.ชายพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.นิคมพัฒนา เปิดเผยผลการสืบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นายเชาวลิต บุญยัง อายุ 70 ปี พี่ชายแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต โดยทั้งสองฝ่ายมีข้อพิพาทและฟ้องร้องเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ดินมรดกกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งในวันเกิดเหตุ ศาลจังหวัดระยองได้นัดหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบแนวเขตรังวัดที่ดินพิพาท แต่ระหว่างนั้นทั้งสองฝ่ายเกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง บันดาลโทสะทำให้พี่ชายชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมากระหน่ำยิงใส่น้องสาวและน้องเขยหลายนัด จากนั้นได้จุดไฟเผารถยนต์ของน้องสาว ก่อนขับรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กษ 1004 ระยอง หลบหนีออกจากพื้นที่มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านฉาง

นายปฐมพร ลูกชายของนางอรวรรณ (ผู้ตาย) สะท้อนข้อมูลเชิงสืบสวนว่า นายเชาวลิตมักจะพูดข่มขู่เอาชีวิตแม่ของตนอยู่บ่อยครั้ง ในวันนี้แม่มีลางสังหรณ์ว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น จึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.นิคมพัฒนา พร้อมกับขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัยในระหว่างการรังวัดที่ดิน แต่ไม่ทันการณ์... ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รังวัดจะเดินทางมาถึงเพียงไม่กี่นาที นายเชาวลิตได้บุกเข้ามาก่อเหตุสลดขึ้นเสียก่อน ตามที่มีการนำเสนอข่าวครึกโครมไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้สั่งการวิทยุด่วนให้ทุกหน่วยในทุกโรงพัก จ.ปราจีนบุรี และตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี – สระแก้ว เฝ้าระวังและสกัดจับยานพาหนะต้องสงสัยที่อาจจะหลบหนีผ่านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

โดยประสานไปยัง ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เส้นทางแถบจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว ร่วมกับ พ.ต.อ.กัลป์ กลิ่นสี ผกก.สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อวางแผนสกัดจับกุมอย่างเร่งด่วน
****************************************************************************
[แผนผังยุทธการปิดประตูล็อกตัวคนร้าย]
วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี (จุดพบพิกัดแรก)
│
▼
แยกกบินทร์บุรี (แยกสามทหาร) ---> [วิเคราะห์เส้นทางหลบหนีแยกเป็น 3 สาย]
│
├──► สายซ้าย: ไปปราจีนบุรี (ตั้งด่านสกัด)
├──► สายขวา: ไปสระแก้ว (ตั้งด่านสกัด)
└──► สายตรง: ไปนครราชสีมา (ตั้งด่านสกัด)
│
▼
แยกบ้านโคก (โคกอุดม)
│
▼
กม.207 ทล.304 ต.บุพราหมห์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
(จุดจนมุมก่อนขึ้นเขาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ทับลาน)

จากการแกะรอยทางยุทธวิธี ชุดสืบสวนพบต่อมาในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า คนร้ายได้ขับรถผ่านบริเวณวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรีมาตามถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 304 มุ่งหน้าเข้าสู่แยกกบินทร์บุรี (แยกสามทหาร) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ตำรวจทางหลวงจึงสั่งการให้วางกำลังตั้งจุดสกัดพร้อมกันทั้ง 3 เส้นทาง
จนกระทั่งได้รับสัญญาณแจ้งเตือนว่ารถคันดังกล่าวขับผ่านแยกบ้านโคก (โคกอุดม) มุ่งหน้าไปทางอำเภอนาดี มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อิสาน)ตำรวจทางหลวงจึงประสานงานร่วมกับ สภ.นาดี และ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ตั้งจุดสกัดที่กิโลเมตร 207 เขาพลูหีบ บนทางหลวงแผ่นดินสาย 304 ต.บุพราหมห์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นช่วงถนนสายเสี่ยงภัยก่อนทางขึ้นภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก

จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถสกัดรถกระบะเป้าหมายและเข้าควบคุมตัวนายเชาวลิตไว้ได้สำเร็จ โดยผู้ต้องหามากับพระ 1 รูป เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ากำลังขับรถมุ่งหน้าหลบหนีไปกบดานที่จังหวัดอุดรธานี
จากการตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะของคนร้ายอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุและเครื่องกระสุนปืนที่มีสภาพพร้อมใช้งานทันทีหากมีการต่อสู้ขัดขืน
• ของกลางอาวุธปืน: อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
• จุดซ่อนของกลาง: ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง
• เครื่องกระสุนปืน: กระสุนปืนบรรจุอยู่ในแมกกาซีนจำนวน 8 นัด และขึ้นลำอยู่ในรังเพลิงพร้อมยิงทันทีอีก 1 นัด (พบปลอกกระสุนอีกจำนวน 7 ปลอก)

ในชั้นจับกุมเบื้องต้น นายเชาวลิตยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงเนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะอย่างรุนแรงกับผู้ตายเรื่องทรัพย์สินมรดก แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกอื่นๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไว้ที่ สภ.นาดี เพื่อรอส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง มารับตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
### มานิตย์ สนับบุญ 081 -5583238 / ปราจีนบุรี ###

