จ่าคิงส์พาแม่‘ไอ้ไข่ทองแดง’ ถูกฟาดดับคาตลาดรังสิต คดีอืด 10 เดือน

จ่าคิงส์พาแม่‘ไอ้ไข่ทองแดง’ ถูกฟาดดับคาตลาดรังสิต คดีอืด 10 เดือน แฉลวงแม่ไม่รู้หนังสือเซ็นยอมความ หวั่นผู้มีอิทธิพลหนุน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.ค.69 ศูนย์อาจารย์กวางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา นางสายชล แม่ของ นายเล็ก หรือฉายา “ไอ้ไข่ทองแดง” ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายวัชร (เจ) เพื่อนสนิทของผู้ตาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้เก้าอี้สแตนเลสฟาดศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และกลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวล

นายวัชร (เจ) เพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตลาดโรงสี คลอง 1 ธัญบุรี ตนและผู้ตายได้ไปดื่มกินกันตามปกติ ระหว่างนั้นนายเล็กเดินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงเดินตามไปและพบว่านายเล็กกำลังมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ตนจึงรีบเข้าไปขอโทษและแยกย้ายกันออกมา

แต่เมื่อตนทำธุระเสร็จ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกลับยืนดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำและเข้ามาหาเรื่องถามว่า "เพื่อนมึงพูดอะไร?" ตนพยายามขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายสวนกลับมาว่า "มึงเสือกเหรอ?" ก่อนจะเปิดฉากตะลุมบอนกัน จนกระทั่งการ์ดของร้านเข้ามาแยกย้าย ทั้งนี้ ในจังหวะที่การ์ดพยายามผลักดันกลุ่มของตนให้ออกไปนอกร้าน นายเล็กซึ่งเดินรั้งท้ายสุด ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้าไปรุมชกต่อย และมีผู้ก่อเหตุรายหนึ่งใช้ "เก้าอี้สแตนเลส" หวดเข้าที่ศีรษะอย่างแรงจนล้มฟุบหมดสติจมกองเลือด

หลังเกิดเหตุ เพื่อน ๆ ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล รังสิต แพทย์ตรวจพบว่ากะโหลกศีรษะร้าวและมีเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อรักษาเร่งด่วน ยื้อชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 วัน สุดท้ายนายเล็กทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 21 กันยายน 2568

นายวัชร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่องคดีความกลับนิ่งสนิท ไร้ความคืบหน้าจากโรงพักท้องที่ จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2569 ทางตำรวจได้นัดหมายให้คุณแม่สายชลไปเจรจากับฝ่ายคู่กรณีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เสนอเงินเยียวยาค่าทำศพให้จำนวน 120,000 บาท ขอผ่อนส่งเป็นรายเดือน เดือนละ 5,000 บาท และให้คุณแม่เซ็นชื่อในเอกสาร

ด้วยความที่ คุณแม่สายชลเป็นคนไม่รู้หนังสือ จึงหลงเชื่อและยอมเซ็นชื่อไปเพราะเข้าใจว่าเป็นเพียงเอกสารรับเงินเยียวยา จนกระทั่งตนไปเยี่ยมแม่ที่บ้านและนำเอกสารดังกล่าวมาตรวจสอบ จึงพบความจริงว่า เอกสารฉบับนั้นระบุว่าเป็น "หนังสือยินยอมไม่ดำเนินคดีความทั้งแพ่งและอาญา" สร้างความทุกข์ระทมและความไม่สบายใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะเจตนารมณ์ของครอบครัวคือ เงินเยียวยาก็ส่วนหนึ่ง แต่คดีฆาตกรรมต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

เพื่อนอีกคนที่มาด้วย บอกด้านคดีทราบว่าตำรวจส่งฟ้องคนใช้เก้าอี้ตีนายเล็กคนเดียว ส่วนคนที่เริ่มทำร้ายกลับไม่ถูกดำเนินคดี

ทางด้าน คุณแม่สายชล (แม่ผู้เสียชีวิต) เปิดเผยว่า มีกระแสข่าวลือจากคนในพื้นที่ว่า กลุ่มวัยรุ่นที่รุมฆ่าลูกชายของตนเป็น "เด็กของตำรวจ" ในพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้คดีมีความงล่าช้า ยาวมานานกว่า 10 เดือนนับตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิต และคนทำร้ายก็ยังเดินลอยนวลท้าทายกฎหมายอยู่ทุกวันนี้ ตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและคดีจะเงียบ จึงต้องหันมาพึ่งพาจ่าคิงส์ ให้พาเข้าพบตำรวจกองปราบปราม เพื่อช่วยเร่งรัดและโอนสำนวนคดีมาดำเนินการล่าตัวกลุ่มคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

หลังร้องทุกข์ต่อสื่อมวลชนแล้วจ่าคิงส์ ได้พาญาติผู้ตายเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป

.

