วช. หนุนขยายผลโมเดล “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” ลงพื้นที่เทศบาลตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ลด Hot Spot และ PM2.5

วช. หนุนขยายผลโมเดล “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” ลงพื้นที่เทศบาลตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ลด Hot Spot และ PM2.5





Image
ad1

โครงการ “การขยายผลเครือข่ายชุมชนด้านการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot Spot) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดน่าน” ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่แกนนำเกษตรกร ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา ณ ศูนย์เรียนรู้ชั่วคราว บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 เทศบาลตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อขยายผลโมเดล “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” สู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่

กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนนำวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรในท้องถิ่น เช่น ฟางข้าว เศษข้าวโพด ใบไม้แห้ง เศษพืชไร่ และวัสดุชีวมวลต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้งในไร่นา โดยมุ่งเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้จาก “ภาระของเกษตรกร” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรที่มีมูลค่า” ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ได้แก่ การผลิตเห็ดเศรษฐกิจจากวัสดุเหลือใช้ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุทางการเกษตร และการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดการเผา ลดการเกิดจุดความร้อน และลดผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่เกษตรกรรมของอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

การดำเนินงานได้รับเกียรติจาก นายเรืองชัย ด่านพานิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีษะเกษ ให้การต้อนรับและร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรม ณ หอประชุมบ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบลศรีษะเกษ พร้อมด้วย นางสาวสุนทรีย์ โนทะ รองประธานสภาเทศบาลตำบลศรีษะเกษ นายกานต์ จะนะพรม และ นายมนูญ อุ่นถา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีษะเกษ รวมถึง นายวุฒิพงษ์ ยักสม ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรบ้านหัวเมือง จำนวน 20 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมครั้งนี้นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์แสงแก้ว คำกวน ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดเศรษฐกิจ ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเห็ดเศรษฐกิจจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเน้นการใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เพื่อลดต้นทุน ลดปริมาณเศษวัสดุที่อาจนำไปสู่การเผา และสร้างทางเลือกอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรในชุมชน

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก นายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินน่าน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุทางการเกษตร เข้าร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิจัย มทร.ล้านนาตาก ที่ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากลไกชุมชน การรวมกลุ่มเกษตรกร และการขยายผลการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตรในระดับพื้นที่

ภายในกิจกรรมเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเกษตรกร ผู้นำชุมชน นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” โดยมุ่งให้ชุมชนสามารถจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดการเผาในพื้นที่เกษตร เพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรที่มีอยู่ และเชื่อมโยงสู่การสร้างอาชีพและรายได้เสริมในระดับครัวเรือน

ระรินธร  เพ็ชรเจริญ  รายงาน