ศาลอาญายกฟ้อง "เสธ.หยอย" เพื่อนตท.10 “ทักษิณ” อดีตรองแม่ทัพ 3 พ้นผิด คดีครอบครองอาวุธสงครามไว้ถล่ม กปปส. -เสธ.หยอยชี้ 8 ปีที่โดนข้อหา

ศาลอาญายกฟ้อง "เสธ.หยอย" อดีตรองแม่ทัพ 3 พ้นผิด คดีครอบครองอาวุธสงครามไว้ถล่ม กปปส.

ศาลอาญายกฟ้อง "เสธ.หยอย" เพื่อนตท.10 “ทักษิณ” อดีตรองแม่ทัพ 3 พ้นผิด คดีครอบครองอาวุธสงครามไว้ถล่ม กปปส.  -เสธ.หยอยชี้ 8 ปีที่โดนข้อหา



ad1

10 ส.ค. 2565 ที่ห้องพิจารณาคดี909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีมีอาวุธปืนสงคราม และวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองฯ หมายเลขดำ อ.1581/2563 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา10 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ท.มนัส หรือเสธ.หยอย เปาริก อายุ73 ปี อดีตรองแม่ทัพภาค3 และนายวัฒนา หรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร อายุ59 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่1-2 ตามลำดับ ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร มีอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์และฯลฯที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองโดยผิดกฎหมายได้

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนธันวาคม 2556-24 พฤศจิกายน 2560 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังหลบหนีได้ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร สมาชิกของคณะบุคคลที่รวมตัวกันเป็นองค์กรลับ มีแนวคิดทางการเมืองตรงกันข้ามกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. มุ่งหมายต่อต้าน ขัดขวางการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยใช้อาวุธสงครามประทุษร้ายให้เกิดความเกรงกลัว

โดยมี นายจักรภพ เพ็ญแข ที่ยังหลบหนีให้การสนับสนุนด้านการเงิน และจัดส่งอาวุธสงครามประกอบด้วย ปืนเล็กกล (AKM) RUSSIAN 2 กระบอก เครื่องกระสุน 1,750 นัด กระสุนปืนเล็กกล M16 จำนวน 442 นัด กระสุนซ้อมยิง 226 นัด พร้อมซองกระสุน ลูกระเบิดขว้างแบบ RDG-5 จำนวน 30 ลูก กระเดื่องระเบิดแบบ RDG-5 จำนวน 30 อัน ลูกระเบิดยิงชนิดหัวระเบิด ขนาด 40 มม. 50 ลูก แท่งดินระเบิด TNT ขนาดครึ่งปอนด์ 1 แท่ง ดินระเบิดซีโฟร์ขนาด 1/4 ปอนด์ 4 ก้อน ฯลฯให้จำเลยกับพวกนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกใช้ก่อเหตุ ตามที่ได้ประชุมวางแผนไว้ เหตุเกิดที่แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง เขตลาดพร้าว เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ อ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยา และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดเป็นของกลาง และได้ตัวจำเลยทั้งสองดำเนินคดี ชั้นสอบสวนและชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัว

วันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาล นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ พล.ท.มนัส จำเลย กล่าวว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาเราต่อสู้คดีว่าเราไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง โดยในการตั้งข้อหาของเจ้าหน้าที่เป็นเพียงการนำคำซัดทอดของผู้ต้องหารายอื่นที่ว่าอาวุธมีลักษณะคล้ายกันซึ่งยังรับฟังไม่ได้ ส่วนเรื่องอั้งยี่ซ่องโจรศาลก็ยกฟ้องเพราะจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้อง โดยพลโทมนัส โดนคดีทั้งหมด 2 คดี คดีแรก เป็นคดีที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โอนมาจากศาลทหารมายังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ยกฟ้องและสิ้นสุดไปแล้ว 

ส่วนเรื่องอั้งยี่ซ่องโจรศาลก็ยกฟ้อง เพราะจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้อง โดย พล.ท.มนัส โดนทั้งหมด 2 คดี คดีแรกเป็นคดีที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โอนมาจากศาลทหาร มายังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ยกฟ้องและสิ้นสุดไปแล้ว ส่วนคดีนี้ก็ต้องดูว่าอัยการยื่นอุทธรณ์อีกหรือไม่

พล.ท.มนัส กล่าวว่า คสช.ร้องทุกข์กล่าวโทษผมในคดีนี้เป็นเวลารวมทั้งหมด 8 ปี โดยที่ศาลเอง ก็บอกไม่มีหลักฐานมีเพียงคำซัดทอด หรือสร้างพยานเท็จขึ้นมา