จีนเตือน! 'ร่างกฎหมายแรงงานบังคับ'สหรัฐ”อาจเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจโลก

จีนเตือน! 'ร่างกฎหมายแรงงานบังคับ'สหรัฐ”อาจเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจโลก
ad1






ad1

ad1

ad1

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และประเทศโลกตะวันตกต่างเดินหน้าออกมาประกาศต่อต้านการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์จากซินเจียงในจีน และได้ลงนาม "ร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์"จนทำให้หลายแบรนด์ต้องออกมาประกาศไม่ใช้ฝ้ายหรือวัตถุดิบที่มีการบังคับใช้แรงงานจากจีน ขณะที่จีนเองก็ออกมาคว่ำบาตรการใช้สินค้าแบรนด์ดังจากสหรัฐ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา Zhao Lijian โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกรายงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าและเผยแพร่คำกล่าวหาว่า "ที่ซินเจียงมีการบังคับใช้แรงงาน สร้างค่ายกักกัน การบังคับให้กลืนกลายทางวัฒนธรรม"ล้วนเป็นการโกหกโลก ทั้งนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีซินเจียงและขัดขวางการพัฒนาของจีนอย่างชัดเจน และขอยืนยันว่าจีนไม่ได้บังคับใช้แรงงานจากซินเจียง 
“การที่สหรัฐลงนามร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์"  เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นการขัดขวางการค้าระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงรวมทั้งกระทบต่อร่างของระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง” 

และขอชี้แจงว่า “ความเป็นจริงซินเจียงของจีนเคารพในการตัดสินใจของแรงงานอย่างเต็มที่ในการหางาน และมีเงื่อนไขให้คนทุกกลุ่มชาติพันธุ์หางานทำในท้องถิ่นและในบริเวณใกล้เคียงและการเข้าเมืองอย่างเป็นระเบียบและถูกต้องรวมถึงปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของคนงานอย่างเคร่งครัด เช่น การจ้างงานที่เท่าเทียมกัน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ประกันสังคม การพักผ่อนและวันหยุด และความปลอดภัยในการทำงานรวมทั้งได้จัดตั้งระบบการกำกับดูแลเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของคนงาน”

จากปี 2014 ถึงปี 2020 จำนวนผู้ว่าจ้างทั้งหมดในซินเจียงเพิ่มขึ้นจาก 11.3 ล้านคนเป็น 13.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 19.4%นอกจากนี้ ในปี 2020 ที่ผ่านมา ซินเจียงซึ่งมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 3,666 แห่งได้ถูกปลดออกจากมณฑลที่ยากจนแล้ว 
นอกจากนี้ทางการจีนยังได้แถลงการณ์อีกว่า ใน ปี พ.ศ. 2529 ทางองค์การสหประชาชาติ มีการกำหนดปฏิญญาว่าด้วย สิทธิในการพัฒนาขึ้นมา โดยกำหนด"สิทธิในการพัฒนา เป็นสิทธิมนุษยชน ประชาชนจึงมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าร่วมและมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง อันทำให้สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานเกิดการบังคับใช้และเกิดผล"ไว้เป็นข้อแรก ดังนั้นสิทธิในการพัฒนาจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แยกออกไม่ได้จากมาตรฐานสิทธิมนุษยชนทั้งหมด

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากสมาคมแคร์ไลฟ์ เอเชีย(CAA) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา สื่อตะวันตกและองค์กรพัฒนาเอกชนบางแห่ง เช่น ASPI, BBC และ Wall Street Journal ยังคงกล่าวหาซินเจียงว่าเป็น "การบังคับใช้แรงงาน" การรายงานของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการแก็บข้อมูลซินเจียงที่กำลังดำเนินอยู่ ได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับบทความและคลิปข่าวหลายร้อยรายการทั่วโลก น่าเสียดายที่งานวิจัยของพวกเขาส่วนใหญ่ไม่รอบคอบและครอบคลุม

“ขณะที่สหรัฐฯเองกลับไม่เคยยอมรับ การใช้แรงงานวิสาหกิจของตนเอง  ที่บังคับแรงงานนักโทษชาวอเมริกันมาเป็นเวลานาน  และการออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจทั่วโลก” 
ทางสมาคมแคร์ไลฟ์ เอเชียกล่าวอีกว่า มณฑลซินเจียงมีขนาดเป็นสองเท่าของเท็กซัส อุดมไปด้วยวัตถุดิบ เช่น ถ่านหินและน้ำมัน ตลอดจนพืชผล เช่น มะเขือเทศ ลาเวนเดอร์และฮ็อพอีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รองเท้าผ้าใบ และเครื่องแต่งกายอีกด้วย ที่สำคัญเป็นแหล่งผลิตฝ้ายและและโพลิซิลิกอนซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่สหรัฐมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง เพราะพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนภายในปี 2573