ขบวนการมืดเหิมเกริม! ลักลอบทิ้ง “เศษสายไฟ” กองมหึมาในที่สาธารณะกบินทร์บุรี ชาวบ้านผวา จ.ปราจีนบุรี เสี่ยงกลายเป็น “ถังขยะโลก”

ปราจีนบุรี – วิกฤตสิ่งแวดล้อมปราจีนบุรีสาหัส! ขบวนการมืดลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมเหิมเกริมไม่หยุด ล่าสุดพบเศษสายไฟนับ 10 พ่วงรถบรรทุก ถูกนำมาทิ้งในบ่อลูกรังที่สาธารณะตำบลหาดนางแก้ว ขณะที่ชาวบ้านสุดทน หวั่นจังหวัดกลายเป็นถังขยะโลก หากรัฐบาลเดินหน้าแผนพัฒนา EEC เป็นจังหวัดที่ 4
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่าได้รับแจ้งจาก นายสุนทร คมคาย หรือ ”เกษตรแหลม” ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มรักลุ่มแม่น้ำแควพระปรง ว่ามีการลักลอบนำกากขยะอุตสาหกรรมมาทิ้งที่บ่อลูกรังเก่าในพื้นที่สาธารณะ หมู่ 6 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบกองกากขยะอุตสาหกรรมจำพวกเศษสายไฟบดอัดจำนวนหลายรถบรรทุกสิบล้อ ถูกนำมาทิ้งไว้ข้างไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ซึ่งติดกับบ่อลูกรังขนาดใหญ่ลึกกว่า 6 เมตร เนื้อที่กว่า 3 ไร่ โดยมีการใช้รถไถดันกองขยะลงไปในบ่อ

สุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี
นายสุนทร กล่าวว่า บ่อลูกรังแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ทิ้งขยะจนเต็ม และน้ำเริ่มมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกรงว่าจะไหลซึมลงสู่ทุ่งหาดนางแก้ว และแม่น้ำปราจีนบุรี หรือต้นแม่น้ำบางปะกง ทั้งนี้ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมบ่อยครั้ง ล่าสุดคือเหตุการณ์ทิ้งน้ำเสียในคลองหนองแสงและคลองชวดโพธิ์ อ.ศรีมโหสถ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก

ด้านนางสาวบุญรัตน์ แรกชำนาญ ปลัด อบต.หาดนางแก้ว ระบุว่า ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำหมู่บ้านลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว

ขณะที่แหล่งข่าวระบุข้อมูลที่น่ากังวลว่า จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ทิ้งขยะซ้ำซากตั้งแต่ปี 2565 มีทั้งน้ำเสียอุตสาหกรรม ยิปซั่มจาก จ.ระยอง เศษโฟม และเศษผ้า โดยกลุ่มผู้กระทำผิดฉวยโอกาสลักลอบทิ้งในช่วงกลางคืนของวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เคยถูก อบต. ปฏิเสธคำขออนุญาตมาก่อน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่าเศษสายไฟที่ทิ้งมีสารเคมีปนเปื้อนหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่เดินเหยียบจะรู้สึกร้อนที่ฝ่าเท้า

ล่าสุด เวลา 15.20 น. นายธรรมรัฎ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง โดยมีการเก็บตัวอย่างเศษขยะและตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เบื้องต้นพบค่าความเป็นด่างของน้ำอยู่ที่ระดับ 8 ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุเจ้าของที่ดินที่แน่ชัดได้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการตรวจสอบกรรมสิทธิ์

นายธรรมรัฎ กล่าวว่า ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจะเป็นหน่วยงานหลักในการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย ทั้งในฐานความผิดลักลอบทิ้งขยะในที่สาธารณะ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ความผิดด้านสาธารณสุข และการบุกรุกใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ

ทั้งนี้ ภาคประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความกังวลว่า หากปัญหาไม่ถูกแก้ไขอย่างเด็ดขาด จ.ปราจีนบุรี จะกลายเป็น “ถังขยะโลก” ที่เต็มไปด้วยมลพิษ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลมีแนวโน้มผลักดันให้ จ.ปราจีนบุรี เข้าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC) จังหวัดที่ 4 ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงยิ่งขึ้น

### มานิตย์ สนับบุญ –ข่า ว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###


