ศรีสะเกษยกระดับสงครามยาเสพติด สั่งเข้มทุกมิติ สกัดลำเลียง–ปราบผู้ค้ารุนแรง–สร้างอาชีพผู้ผ่านบำบัด มุ่งสู่ชุมชนปลอดยาเสพติด

จังหวัดศรีสะเกษเดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดฟื้นฟู และการสร้างอาชีพให้ผู้ผ่านการบำบัด พร้อมกำชับทุกอำเภอเร่งประเมินสถานะหมู่บ้านและชุมชนให้ครบทั้งจังหวัด ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผู้แทนจากฝ่ายทหาร ตำรวจ อัยการ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหลายด้าน โดยด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง ได้สั่งเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบขนส่ง โดยเฉพาะการลักลอบซุกซ่อนเฮโรอีนร่วมกับกัญชาแห้ง รวมถึงเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดกลุ่ม Club Drugs ผ่านสถานประกอบการและร้านค้ากัญชาในพื้นที่

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย กำชับให้สถานีตำรวจภูธรทุกแห่งดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดกับผู้เสพหรือผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดที่มีพฤติกรรมก่อความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะเดียวกันได้เร่งรัดให้อำเภอทั้ง 22 อำเภอ ประเมินสถานะหมู่บ้านและชุมชนให้ครบทั้ง 2,688 หมู่บ้าน ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการบำบัดฟื้นฟูและการคืนคนดีสู่สังคม โดยมอบหมายให้ทุกอำเภอจัดทำฐานข้อมูลด้านอาชีพของผู้ผ่านการบำบัด สำรวจความพร้อมของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม และบูรณาการร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหางานและส่งเสริมอาชีพให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดวิเคราะห์ความเพียงพอของเตียงรักษาในหน่วยมินิธัญญารักษ์ เพื่อรองรับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

พร้อมกันนี้ จังหวัดศรีสะเกษยังเตรียมยกระดับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยกำหนดให้การประชุมครั้งต่อไปมีการนำเสนอผลงานต้นแบบ หรือ Best Practice จากหน่วยงานและอำเภอที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น รวมถึงนำเสนอกรณีศึกษาผู้ผ่านการบำบัดที่สามารถกลับมาประกอบอาชีพและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่ทุกพื้นที่ของจังหวัดต่อไป.

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

