สกัดการลักลอบลำเลียง “โดรน FPV” ขีดความสามารถสูง ก่อนส่งข้ามเมียนมา หวั่นกระทบความมั่นคง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองกำลังนเรศวร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ สภ.แม่สอด สกัดการลักลอบลำเลียง “โดรน FPV” ขีดความสามารถสูง ก่อนส่งข้ามเมียนมา หวั่นกระทบความมั่นคง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วงศ์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.สถาพร ภู่ระหงษ์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ. และพ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพ็ชร์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ปอศ. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ปฏิภาณ เป็นสุข สว.กก.2 บก.ปอศ., ร.ต.อ.กษิดิ์พิชญ์ สุภาสูรย์ รอง สว.กก.2 บก.ปอศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ.กองกำลังนเรศวร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู โดย ร.อ.วุฒิชัย ศรีวิชัย ผบ.ร้อย.ร.1411 ฉก.ราชมนู , ร.อ.ยุทธการ ศาลาคาม รอง ผบ.อรข.กกล.นเรศวร
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด จว.ตาก โดย ร.ต.ท.โสภณ อินต๊ะนา , ร.ต.ท.ธำรงศักดิ์ แสงเพชรรอง สวป.แม่สอด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอดร่วมกันจับกุม นายมิน นี่ จอ อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ”

ตรวจยึดของกลาง อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ประเภท FPV ประกอบเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 4 ลำ , โครงเฟรมโดรน พร้อมประกอบ จำนวน 7 ชุด พร้อมด้วยอุปกรณ์และอะไหล่ จำนวนรวม 16 รายการ เช่น มอเตอร์ , กล้องสำหรับติดโดรน , แผงวงจรควบคุม , เสาสัญญาณ ฯลฯสถานที่ตรวจค้น/จับกุม บริเวณร้านอาหาร ริมถนนสายเอเชีย ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
พฤติการณ์ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนปราบปราม ผู้ที่ลักลอบนำเข้าหรือส่งออกสินค้าที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ตามแนวชายแดนของประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติต่างๆ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและพี่น้องประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. ร่วมกับ กองกำลังนเรศวร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ สภ.แม่สอด ได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูล จนได้สืบทราบจากสายลับ ไม่ประสงค์ออกนาม ว่า จะมีการลับลอบขนส่งสินค้าประเภทโดรน FPV ผิดกฎหมายศุลกากร มายังพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา) ด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ทราบแน่ชัด
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าไปตรวจสอบยัง บริษัทฯ ขนส่ง พบกล่องพัสดุต้องสงสัย จำนวน 2 กล่องลัง ต้องสงสัย ซึ่งส่งมาจากต้นทาง จ.เชียงใหม่ รอการนำส่งยังไปยังที่อยู่ปลายทางตามที่ระบุไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมได้ติดตามกล่องพัสดุต้องสงสัยไปจนทราบว่า มีนายมินฯ เป็นผู้รับพัสดุ เจ้าหน้าที่ฯจึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ พบสินค้าภายในกล่องพัสดุทั้ง 2 กล่อง เป็น อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนฯ พร้อมอุปกรณ์อะไหล่ต่างๆ จำนวนมาก ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ บรรจุอยู่ภายในกล่อง อันเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร

โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบเอกสารการนำเข้าพัสดุ แต่นายมินฯ ไม่สามารถแสดงเอกสารดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้แต่อย่างใด ต่อเนื่องกันเจ้าหน้าที่ได้ขอเข้าตรวจค้นห้องพักของนายมินฯ ผลการตรวจค้น พบกล่องลังพัสดุ ที่มีลักษณะเดียวกันอีกจำนวน 1 กล่อง ตรวจสอบภายใน พบเป็น สิ่งของชนิดเดียวกันกับสินค้าภายในกล่องลังทั้ง2ก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ แล้วควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบของกลาง เป็นโดรนประเภท FPV (First-Person View drone) (อากาศยานไร้คนขับชนิดหนึ่งที่ส่งภาพวิดีโอสดจากกล้องบนเครื่องไปยังนักบิน) ที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วจำนวน 4 ลำ , โครงเฟรมของตัวโดรนที่พร้อมประกอบอีกจำนวน 7 ชุด นอกจากนี้ยังพบอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ เช่น มอเตอร์, กล้องติดโดรน , แผงควบคุม , ใบพัด , แบตเตอรี่ , เสาสัญญาณ เป็นต้น

ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเป็นเทคโนโลยีของโดรนที่มีขีดจำกัดความสามารถสูง แตกต่างจากโดรนพาณิชย์ทั่วไป ทั้งความเร็ว,ระบบส่งสัญญาณ และความสามารถในการบินในพื้นที่สภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ดังนั้นการตรวจยึดในครั้งนี้จึงไม่เป็นเพียงสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดวงจรภัยต่อความมั่นคง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนของประเทศต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า สิ่งของดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง ตนเป็นเพียงผู้รับพัสดุดังกล่าวแทนเท่านั้น โดยเมื่อรับพัสดุแล้วจะมีผู้ขับขี่รถยนต์เข้ามารับพัสดุดังกล่าว โดยที่ผู้ต้องหาไม่รู้จัก,ไม่ได้รับค่าจ้างและไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าชนิดใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฯ ไม่ได้ปักใจเชื่อผู้ต้องหา และจะทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป (อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในการขยายผล)

เตือนภัย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมาย ฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชน หากมีสินค้าที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุก และทั้งปรับ ตามกฎหมายช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ต.ปฏิภาณ เป็นสุข สว.กก.2 บก.ปอศ. เบอร์โทรศัพท์ 083-8249998
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

.

