อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ลุยตรวจ 4 จุดร้อนหลังมือมืดลักลอบทิ้งกากสายไฟปลอกเปลืกบด 20 รถบรรทุก

อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ลุยตรวจ 4 จุดร้อนหลังมือมืดลักลอบทิ้งกากสายไฟปลอกเปลืกบด 20 รถบรรทุก





Image
ad1

ปราจีนบุรี — กรณีวิกฤตสิ่งแวดล้อมพื้นที่รอยต่อภาคตะวันออก หลังมีการแอบลักลอบนำกากขยะอุตสาหกรรม เถ้าตะกอน และเปลือกสายไฟบดปะปนสารเคมีพิษมากกว่า 20 รถบรรทุก มาแอบทิ้งถมที่และเททำถนนในพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ ตำบลวังท่าช้าง และตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจุดคาบเกี่ยวติดต่อ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นเส้นทางหากินสำคัญของฝูงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

เมื่อเวลา 20.40  น.วันที่   21 กรกฎาคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี เพจเฟสบุ๊คนายสุนทร  คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อำเภอกบินทร์บุรี  เผยแพร่  มีการลักลอบทิ้งกากสายไฟปลอกเปลืกบดเป็นชิ้นทิ้งในพื้นที่ตำบล วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีรอยต่อกับพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดฝูงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา  ข้ามมาหากินและพักอาศัยในป่าสะเดา   ขอให้มีการตรวจสอบ โดยลอบทิ้งมากกว่า 20 รถบรรทุกลงในป่ายูคาลิปคัสใกล้ไร่อ้อย และส่วนหนึ่งลงแหล่งน้ำ ในพื้นที่โคกไท้แดง   ต่อมาฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรีแจ้ง  ก่อนหน้าได้มีการติดตามได้จับกุมรถบรรทุกที่บรรทุกกากสายไฟ ล้อมจับกุมจากผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน โดยได้ของกลาง เป็นรถบรรทุกขนย้ายและรถไถอยู่ระหว่างติดตามดำเนินคดี  ตามที่นำเสนออย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุด พบเพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ระบุภาพพร้อมรายละเอียด  นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นายณชรพงศ์ บุญทา วิศวกรชำนาญการ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สนธิกำลังร่วมกับกำนันตำบลวังท่าช้าง และเจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (อบต.)  ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดใน 4 จุดสำคัญ ประกอบด้วย

1. จุดที่หนึ่ง (พิกัด 13.700993, 101.851075): พบการนำสิ่งปฏิกูลลักษณะผงละเอียดสีดำ ปะปนผงสีน้ำตาลและเทามาเทถมปรับพื้นที่ โดยพบว่าวัสดุดังกล่าวมีการคายความร้อนออกมาเป็นระยะ และมีเศษเปลือกสายไฟบดปะปนอยู่จำนวนมาก

2. จุดที่สอง (พิกัด 13.700728, 101.852298): พบการทิ้งแยกกองไว้ชัดเจน 4 กองใหญ่ ได้แก่ เศษสายไฟ 1 กอง, เถ้าตะกอนสีดำ 1 กอง และเถ้าตะกอนสีเทา 2 กอง

3. จุดที่สาม (พิกัด 13.698638, 101.850468): พบกากเปลือกสายไฟถูกนำมาเทปรับพื้นเป็นถนนเชื่อมต่อไปยังจุดทิ้งที่สอง

4. จุดที่สี่ (พิกัด 13.702164, 101.843444): จุดขั้นวิกฤต พบการแอบลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสระน้ำในพื้นที่ทำการเกษตร ตรวจสอบเบื้องต้นส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงของน้ำมันเครื่องใช้แล้ว มีคราบน้ำมันลอยฟ่องเต็มผิวน้ำ สภาพน้ำกลายเป็นสีเทาเข้ม คาดเกิดการปนเปื้อนกระจายเต็มสระ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกและเก็บตัวอย่างวัตถุอันตรายทุกจุด ส่งไปตรวจวิเคราะห์ค่าน้ำและวิเคราะห์ความร้ายแรงของสารพิษ ณ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จ.ชลบุรี พร้อมเตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน เพื่อไล่เบี้ยเอาผิดกลุ่มทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทันที

ด้าน นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อำเภอกบินทร์บุรี ได้โพสต์ภาพและวิดีโอสะท้อนความน่ากังวลลงบนเพจส่วนตัว โดยระบุว่า บริเวณพื้นที่ โคกไท้แดง ต.วังท่าช้าง เป็นถิ่นอาศัยและเส้นทางลงกินน้ำของช้างป่าจากป่าเขาอ่างฤาไนที่ข้ามฝั่งมาป่าสะเดาและไร่อ้อยของชาวบ้านเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะมีช้างป่าลงมารวมตัวกันนับสิบถึงนับร้อยตัว

“เมื่อชุมชนที่มีช้างป่าออกมาหากินเป็นประจำ ถูกลักลอบทิ้งสารพิษลงในแหล่งน้ำซึ่งเป็นจุดที่ช้างใช้เล่นและดื่มกิน ความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นทันที หากไม่มีการขุดขนย้ายสารพิษออกไปฟื้นฟู ช้างป่าเขาแยกแยะไม่ออกหรอกว่าน้ำไหนปลอดภัยหรือมีพิษ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเราอาจได้เห็นข่าวช้างป่าล้มตายยกโขลง” นายสุนทร กล่าวเน้นย้ำ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรี ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และตำรวจ สภ.วังตะเคียน สามารถสกัดจับกุมกลุ่มผู้ขนย้ายได้พร้อมของกลางเป็น รถบรรทุกพ่วงขนกากสายไฟ และรถไถที่ใช้เกรดดันขยะพิษ โดยได้ยึดไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วังตะเคียน ขณะที่กรณีพื้นที่ตำบลหาดนางแก้ว พบเบาะแสมีกลุ่มบุคคลพยายามเข้าติดต่อ อบต. เพื่อขอเทขยะแต่ถูกปฏิเสธ จึงแอบนำไปดันลงสระน้ำ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งเช็กกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมผู้บงการ

กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันเรียกร้อง 3 มาตรการด่วนต่อภาครัฐ

• เร่งรัดคดีอาญา: ดำเนินคดีขั้นสูงสุดแก่ทั้งผู้รับจ้างขนส่ง นายทุน และโรงงานอุตสาหกรรมต้นทางผู้สร้างขยะพิษ

• บังคับขุดขนย้ายกลับ: ออกคำสั่งทางปกครองบังคับให้ผู้กระทำผิดขนกากสารเคมีและวัตถุอันตรายทั้งหมดกลับไปกำจัดอย่างถูกต้องที่ต้นทาง

• ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด่วน: เร่งบำบัดแหล่งน้ำธรรมชาติและผืนดินในพื้นที่โคกไท้แดง เพื่อตัดวงจรการปนเปื้อนสู่พืชผลเกษตร ชุมชน และฝูงช้างป่า

###   มานิตย์   สนับบุญ  / ปราจีนบุรี###