กังขา ! ลากซากรถอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์เก็บในพื้นที่เก็บกลาง ปล่อยศพทิ้งคาไว้ในซากรถยนต์เก๋ง 12 ชม.

ลากรถอุบัติเหตุเก็บพื้นที่กลาง ปล่อยศพทิ้งในรถ 12 ชม.

กังขา ! ลากซากรถอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์เก็บในพื้นที่เก็บกลาง ปล่อยศพทิ้งคาไว้ในซากรถยนต์เก๋ง 12 ชม.



ad1

10 ส.ค. 2565  ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้เมื่อเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.รัตพล วรรณะ รอง ผกก.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล.เขาเขียว ให้มาเก็บศพผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ กลางถนนมอเตอร์สาย 7 ฝั่งขาเข้าพัทยา ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์สาย 7 เคลื่อนย้ายรถมาเก็บไว้ภายในพื้นที่เก็บของกลาง ท่ามกลางงุนงงของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ก่อนเดินทางไปในพื้นที่เก็บรถยนต์ของกลางตำรวจทางหลวง สถานีย่อยเขาเขียว ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

หลังจากถูกเคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ภายในพื้นที่เก็บของกลาง ท่ามกลางความกังขา ของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ไปตรวจสอบ ยังพื้นที่เก็บรถยนต์ของกลาง ตำรวจทางหลวง สถานีย่อยเขาเขียว ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ขณะที่เพจเครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง ระบุว่า 12 ชั่วโมง ศพติดอยู่ในรถ มีอุบัติเหตุรถเก่งชนราวกั้นบนถนน มอเตอร์เวย์ ขาเข้าพัทยาช่วง กม.105 หน่วยกู้ภัยของมอเตอร์เวย์ได้เข้าไปตรวจสอบดังภาพที่เห็นแล้วแจ้งกลับว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากนั้น หน่วยกู้ภัยแจ้ง ไปยังรถยกให้เคลื่อนย้ายรถที่เกิดเหตุไปไว้ที่ของกลางทางหลวง เขาเขียว บริเวณดังกล่าวพบซากรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กร 1787 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพหน้ารถและท้ายรถพังเสียหาย

ภายในรถพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายภัทรชัย อายุ 68 ปี อยู่ในสภาพแขนซ้ายและขวาหัก นอนขดตัวอยู่บริเวณเบาะคนขับ ใต้พวงมาลัยรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการนำร่างออกมาตรวจสอบ ก่อนรีบให้กู้ภัยนำไปเก็บรักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอการติดต่อของญาติผู้เสียชีวิตต่อไป รวมเป็นเวลา 12 ชั่วโมง 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแจ้งว่า ระหว่างเกิดเหตุ ได้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์สาย 7 ไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุแล้ว แจ้งว่า “ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต” จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสภาพรถ ก็พบว่ามีศพอยู่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามนายธีระพงษ์ ทรัพยา อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ ศรีราชา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ขึ้นเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.45 น. ซึ่งพื้นที่จุดเกิดเหตุ อยู่ในเขตความรับผิดชอบของหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ซึ่งทางตนก็ได้รับแจ้งมาเหมือนกัน  แต่เนื่องจากทางหน่วยกู้ภัยทางหลวง มาถึงจุดเกิดเหตุก่อน และแจ้งกับทางเราว่า จากการตรวจสอบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เราจึงได้ยกเลิกการไปตรวจสอบ
“เรื่องนี้ลองคิดดูนะ เหตุเกิดตั้งแต่เช้า 7 โมงกว่าจนมืด ถึงเจอผู้เสียชีวิตอยู่ในรถ กรณีนี้ถ้าผู้บาดเจ็บตอนเกิดเหตุยังมีชีวิตอยู่ ถ้าเป็นญาติเราจะคิดยังไง และใครจะเป็นคนรับผิดชอบ”