รวบ"ออยร้อยหน้า"ตุ๋นลงทุนเหยื่อสูญนับสิบล้านหนีกบดานที่ขอนแก่น(มีคลิป)

รวบ"ออยร้อยหน้า"ตุ๋นลงทุนเหยื่อสูญนับสิบล้านหนีกบดานที่ขอนแก่น(มีคลิป)
ad1






ad1

ad1

ad1

ขอนแก่น-ตร.ทท. ร่วม บก.ป. รวบ "ออยร้อยหน้า" เท้าแชร์"บ้านร่ำรวย" หลังซ่อนตัวภายในบ้านพักที่ขอนแก่น   พบหมายจับ ต่างๆทั่วไทย  ผู้เสียหายนับร้อยราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ขณะที่โรงพักต่างๆทยอยขออายัดตัวแล้ว

พ.ต.อ.วิเชียร  วชิรแสงไพโรจน์ ผกก.1 บก.ทท.2 (ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์  เอนสาร รอง ผกก.1 บก.ทท.2 ,พ.ต.ท.วโรดม  ใบเรือ สว.กก.1 บก.ทท.2 สนธิกำลังร่วม พ.ต.ท.อัครวุฒิ  จันทร์เจริญ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน กก. 2 บก.ป. และ ชุดสืบสวน กก.1 บก.ทท.2 นำหมายศาลค้นของศาล จ.ขอนแก่น ที่ ค.152/2565 ลงวันที่วันนี้ ,หมายจับศาล จ.จันทบุรี ที่ 221/2564 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ หมายจับของ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.808/2564 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.สิริธร ตรันเจริญ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/4-5 ถ.นิกรสำราญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 551 ม.8 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น  โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานร่วมฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน นำหมายศาลแสดงต่อผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายค้นและหมายจับ จริง จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักและควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น

พ.ต.อ.วิเชียร  วชริแสงไพโรจน์ ผกก.1 บก.ทท.2 กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา และทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานีตำรวจที่ออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับรวมทั้งหมด 7 หมายในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน,กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง และ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งชุดสืบสวนร่วมตำรวจท่องเที่ยวและกองปราบปรามได้ประสานงานไปยังสถานีตำรวจที่ต้องการตัวผู้ต้องหาแล้ว และทราบว่า สภ.เมืองจันทุบุรี และ สภ.แก่งหางแมว ประสานขออายัดตัวและส่งเจ้าหนา้ที่ตำรวจมาประสานตัวแล้ว

" ผู้ต้องหาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ออยร้อยหน้า ที่ได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายให้นำเงินมาลงทุนกับตนเองทางออนไลน์  โดยให้ผลตอบแทนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่สถาบันการเงินกำหนด รวมทั้งให้ผลตอบแทนเป็นทองคำรูปพรรณควบคุู่กันไปด้วย โดยตั้งกลุ่มเพจและไลน์ ในชื่อ บ้านรำรวยออมเงินออมทอง,8ออมเงินออมทอง8,บ้านร่ำรวย และอีกหลายรายชื่อ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระกว่างการตรวจสอบและสอบสวน จึงยังคงไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะจะกระทบกับสำนวนการสอบสวน โดยมีพฤติกรรมแนะนำให้ผู้เสียหายร่วมออมเงินออมทอง กับตนเอง  ที่มีลักษณะการหลอกลวงให้คนหลงเชื่อที่แตกต่างกันไป เช่นหากลงทุนกับบ้านร่ำรวยออมเงินออมทอง 100,000 บาทจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนเป็นเงินจำนวน 124,000 บาทและทองคำอีก 1 สลึงภายใน 3 วัน ซึ่งมีผู้เสียหายที่ทยอยทราบข่าวการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ได้มาชี้ตัวแล้ว 20 คน มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท แต่จากการตรวจสอบพฤติกรรมจากเพจและไลน์ ที่ผู้ต้องหาได้ติดต่อกับผู้เสียหายพบว่ามีคนหลงเชื่อร่วมลงทุนนับ 100 รายมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท และทันทีที่หลอกลวงเสร็จออยร้อยหน้า ก็จะปิดเพจและไลน์ทันที"

พ.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่ออีกว่า เมื่อผู้ต้องหาหลอกลวงผู้เสียหายและได้เหยื่อเยอะแล้ว ก็จะทำการปิดเพจ และไลน์ทันที จากนั้นก็จะต้องไลน์กลุ่มใหม่ และเพจชุดใหม่ ขึ้นมาและทำการลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะเดียวกัน โดยกระทำการลักษณะเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ชุดสืบสวนร่วม บก.ทท. 2 และ บก.ป. ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องหารายนี้มานานกว่า 1 ปี จนกระทั่งสืบทราบว่ามาหลบซ่อนตัวในเขต จ.ขอนแก่น จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว

"จากการตรวจสอบ ขณะนี้พบว่าผู้ต้องหารายนี้ ที่เป็นที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ว่าออยร้อยหน้า มีหมายจับของศาล จ.เพชรบุรี,ศาลอาญาพระโขนง,ศาลจังหวัดเลย,ศาลแขวงขอนแก่น,ศาล จ.จันทบุรี,ศาลอาญามีนบุรี,ศาล จ.สมุทรปราการ,ศาล จ.ขอนแก่น และ ศาล จ.พัทยาในความผิดฐานฉ้อโกง,กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการตัวอย่างมากเนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในการเร่งรัดการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่มีความผิดในลักษณะดังกล่าวมาดำเนินคดีให้หมด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหาย ได้ทยอยมาชี้ตัวและแจ้งความเอาผิดกับผู้ต้องรายดังกล่าว เนื่องจากเป็นภัยสังคม ที่หลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่มานาน  อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงได้ควบคุมตัว นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกฎหายต่อไป