น้องชายเสพยาบ้าคลั่งหลอนใช้มีดตัดอ้อยฟันขาพี่ชายเกือบขาด

น้องชายเสพยาบ้าคลั่งหลอนใช้มีดตัดอ้อยฟันขาพี่ชายเกือบขาด



ad1

ขอนแก่น-น้องชายทาสยาบ้า หลอนเอามีดตัดอ้อยฟันขาพี่ชายเกือบขาด เลือดนองพื้นนอนหายใจรวยรินอยู่หน้าบ้าน โชคดีพ่อแม่กลับมาเห็นสภาพจึงช่วยชีวิตได้ทัน

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 ก.ย. 2565 ที่สภ.มัญจาคีรี พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน)สภ.มัญจาคีรี ทำการควบคุมตัวนายมงคลชัย ทองกาสี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่  76 ม. 8 บ้านหนองหัวช้าง ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาที่ใช้มีดตะขอ ฟันพี่ชายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในบ้านพักเลขที่ดังกล่าว เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมามาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรสจจับกุมตัวได้ทันทีหลังก่อเหตุ

จากการสอบสวน นายมงคลชัย  ให้การว่า ตนกับพี่ชาย ต่างก็เสพยาบ้าทั้งคู่ และพี่ชายมักจะไปบอกชาวบ้านว่าตนเป็นคนบ้า ทั้งที่ตนไม่เคยว่าพี่ชาย  เพราะในแต่ละวันตนจะเสพยาบ้าวันละ 1 เม็ด โดยการขอเงินจากพ้อแม่ วันละ 40 บาท ไปซื้อยาบ้ามาเสพ เมื่อเสพยาบ้าแล้วก็ไม่เคยทิ้งพ่อแม่ไปไหน ยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ และไม่เคยว่าพี่ชาย แต่พี่ชาย ไม่รักพ่อแม่ และเสพยาบ้า ทิ้งพ่อแม่ไปอยู่ที่ที่นา ไม่เคยดูแลพ่อแม่ แล้วยังไปพูดกับชาวบ้านว่าตนเป็นคนบ้า จึงเก็บความแค้นไว้ในใจ เมื่อพี่ชายกลับมาที่บ้าน จึงใช้มีดตะขอฟันพี่ชายไป 3-4 ครั้ง จนพี่ชายล้มลง จึงหยุดฟันและถือมีดไปนางพักในบ้านกระทั่งพ่อแม่กลับมา และตำรวจมาจับกุมดังกล่าว ส่วนมีดที่ใช้เป็นอาวุธฟันพี่ชาย ก็เป็นมีดตะขอของครอบครัวที่ใช้ตัดอ้อย

พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน)สภ.มัญจาคีรี  กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านหนองหัวช้างว่ามีเหตุคนติดยาเสพติด ฟันพี่ชาย จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ ก็ไปตรวจที่เกิดเหตุพบว่า คนเจ็บนั้นเป็นพี่ชายของมือมีด ทราบชื่อว่านายวิรุฬ ทองกาสี อายุ 37 ปี ถูกฟันที่บริเวณขาทั้งสองข้าง เลือดไหลนองเต็มพื้น และเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งที่รพ.มัญจาคีรี แต่อาการสาหัส จึงถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น ขณะที่คนที่ก่อเหตุเป็นน้องชายคนเจ็บ ทราบชื่อว่า นายมงคลชัยนั่งถือมืดอยู่ในบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็ควบคุมตัวเอาไว้ได้พร้อมมีดตะขอเปื้อนเลือด 

"ในเบื้องต้นรับสารภาพว่า เป็นคนมีดตะขอฟันพี่ชาย เพราะแค้นที่พี่ชายกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าทำให้คนในหมู่บ้านเกลียดชัง และวันเกิดเหตุนั้นพี่ชายใช้เหล็กทำร้ายตนเองก่อน จึงเอามีดตัดอ้อยของที่บ้านฟันเข้าไปที่ขาพี่ชาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวน้องชายที่ก่อเหตุฟันพี่ชายพร้อมอาวุธมีดตะขอตัดอ้อย คุมขังไว้ในห้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อทำการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหา และเมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส  และจะส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันที่ 23 ก.ย."

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 76 ม. 8 บ้านหนองหัวช้าง ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นบ้านผู้ต้องหา พบกับนายทองแดง ทองกาสี อายุ 59 ปี และ นางบัวผัน ทองกาสี อายุ 60 ปี บิดา มารดาของผู้ต้องหา  พาผู้สื่อข่าวดูในจุดที่พบร่างลูกชายคนโตนอนหายใจรวยรินจมหองเลือด ที่พื้นดินหน้าบ้าน

นางบัวผัน กล่าวว่า ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ พากันไปทำบัตรประชารัฐในตัวอำเภอ เมื่อทำเสร็จแล้ว จึงแวะไปดูที่นา ขณะนั้นเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาตามกลับไปบอกว่า ลูกชายฆ่ากันตายในบ้านแล้ว จึงรีบกลับมาดู ก็เห็นลูกชายคนโตนอนจมกองเลือดหายใจรวยรินอยู่บริเวณหน้าบ้าน  ส่วนลูกชายคนเล็ก นั่งถือมีดตะขออยู่ที่เก้าอี้หน้าประตูบ้าน จึงตะโกนถามลูกชายคนเล็กว่า ทำแบบนี้ เพื่ออะไร ลูกชายคนเล็กตอบว่า ดีแล้วที่ไม่ฆ่าให้ตาย  จึงคิดว่า ลูกชายคงอยู่ในช่วงเสพยาบ้าเสร็จแล้วเกิดอาการหลอนจึงทำร้ายพี่ชาย จึงแจ้งตำรวจมาจับกุมตัวไป

"พ่อแม่ มีลูกเพียง 2 คน คนเจ็บเป็นพี่ชาย มือมีดเป็นน้องชาย ที่ผ่านมาคนเป็นน้องชายมักจะกล่าวหาพ่อกับแม่ว่า รักลูกไม่เท่ากัน  จึงไม่ถูกกับพี่ชายมาตลอด จนพี่ชายต้องย้ายออกไปอยู่ที่ที่นา หาปู หาปลามาให้พ่อแม่และน้องได้กิน ส่วนคนน้อง ไม่ทำงาน พ่อกับแม่ต้องคอยหาข้าวไว้ให้กิน ให้เงินซื้อยาบ้ามาเสพอีกวันละ 40 บาท หากให้ไม่พอก็จะอาละวาด   เคยพาไปรักษาที่รพ.จิตเวช แพทย์ให้ยามากินแต่ลูกชาย หยุดกินยา และเอายาทิ้ง  โดยช่วงเช่าก่อนเกิดเหตุนั้นลูกชายมีอารมณ์ฉุนเฉียว และตะโกนเสียงดังว่า มีบัตรคนบ้า จะฆ่าคนตายก็ไม่มีความผิด กระทั่งมาก่อเหตุฟันพี่ชายจนบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว"

นางบัวผัน กล่าวต่อว่า ลูกชาย เคยเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อปลดประจำการออกมา ก็กลายเป็นคนติดยาบ้า ขอเงินพ่อแม่ ซื้อยาบ้ามาเสพทุกวัน จนต้องพาไปรักษาที่ รพ.จิตเวช แต่ก็ไม่หายเพราะลูกไม่ยอมกินยา และมีอาการหนักขึ้น ด้วยการพูดคนเดียวและมีอารมย์ฉุนเฉียวใส่พ่อแม่ งานการไม่ทำ วันๆเอาแต่นอน ตื่นมาเสพยาบ้า กระทั่งก่อเหตุรุนแรงวในครั้งนี้ พ่อเชื่อว่า เกิดจากอาการหลอนยาเสพติด จนทำร้ายพี่ชายตัวเอง  เมื่อถูกจับถูกควบคุมตัว ยังไม่มีติตสำนึก เพราะช่วงไปเยี่ยมลูกชายที่ห้องควบคุมสภ.มัญจาคีรี ลูกชายบอกว่า ออกไปจะฆ่าทิ้งให้หมด จึงคิดว่าลูกชายยังไม่สำนึกผิด จึงขอให้ตำรวจ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้ติดคุกนานๆ   เพราะถ้าปล่อยตัวออกมา พ่อกับแม่ก็จะไม่ปลอดภัย และอาจจะก่อเหตุร้ายแรงกับคนอื่นได้