135 ปี ที่ฉันจะคิดถึงเธอ (I'll miss you)

135 ปี ที่ฉันจะคิดถึงเธอ (I'll miss you)
ad1






ad1

ad1

ad1

ความสัมพันธ์ ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ปีนี้เป็นปีครบรอบ 135 ปี ในความสัมพันธ์ ไทย- ญี่ปุ่น ความรักของคนสองชนชาติมีมายาวนาน ทำให้เวลาที่ผ่านมาเราคิดถึงกันมากขึ้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแม้จะมีโรคโควิด19 ระบาด แต่ความคิดถึงของคนสองประเทศยังคงเหมือนเดิม

ข่าวการเยือนไทยของ นายคิชิดะ ฟูมิโอะ (H.E. Mr. KISHIDA Fumio) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลไทย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ถือเป็นข่าวที่สร้างความประทับใจต่อเราทั้งสองประเทศ 

135 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-ญี่ปุ่น ยังมีการสร้างภาพยนตร์พิศษ ให้กับคนทั้งสองประเทศให้ได้ติดตามกันด้วย

โดยครั้งนี้ ได้ผู้กำกับมากฝีมือ เวสต์ สหรัฐ โปรดิวเซอร์ และ ผู้กำกับภาพยนตร์จากค่าย แอ็คส์ทเว็นตี้เอ้ท จํากัด โดยมีผลงานกำกับภาพยนตร์ คุกจียอง (ไทย-เกาหลี, Mind's eye ปิดตา เปิดหัวใจ (ไทย-ญี่ปุ่น) รับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึก ความรัก ความคิดถึง ในภาพยนตร์เรื่องนี้ I'll miss you แล้วฉัน...จะคิดถึงเธอ

ภาพยนตร์เรื่อง I'll miss you แล้วฉันจะคิดถึงเธอ ได้หยิบยกเรื่องราวสึนามิที่เคยเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อความรักของคนทั้งสองประเทศ ผ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งสนุก ทั้งเศร้า เหงา และ รัก มีทุกอารมณ์ที่คนเราต้องเจอ โดยภาพยนตร์นี้ถ่ายทำแถวชายทะเลสวยๆของ ประเทศไทย และบินไปถ่ายทำถึงเมือง Miyazaki ที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจาก EmbassyofJapan in Thailand  (สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ  ซึ่งมีนักแสดงทั้งไทย-ญี่ปุ่น มากมายร่วมแสดงในภาพยนต์เรื่องนี้ อทิ โตโน่ ภาคิน, Issou Maki ,เมญ่า ลี,Tomo K-otic, โจ๊ก โซลคูล, Kazuki Yano,Seigi Ozeki,ปนัดดา วงศ์ผู้ดี,สมชาย ศักดิกุล,วรพรต  ชะเอม,วริศรา วิเวก เป็นต้น

ด้านผู้กำกับภาพยนตร์ เวสต์ สหรัฐ เป็นทั้งโปรดิวเซอร์ และ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้และหลายเรื่องที่ผ่านมา โดยมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับหลายประเทศ อทิ เวียดนาม,ลาว,พม่า,อินเดีย,เกาหลีใต้,ญี่ปุ่น,จีน ฯลฯ มาจับโปรเจคนี้เพราะมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศญี่ปุ่น และได้ถูกเชิญจากหน่วยงานรัฐ เอกชน ญี่ปุ่นหลายครั้ง เพื่อร่วมมือกันในการสร้าง soft power ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม และ อื่นๆ

ผู้กำกับฯ เวสต์ ได้กล่าวสั้นๆ กับทีมงานของเราว่า  "หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถสร้าง soft power ให้กับผู้คนได้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างน้อยที่สุด เราได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว คือการพัฒนาประเทศในรูปแบบ และในหน้าที่ของเราเอง คงไม่ตองรอว่าเราต้องพร้อมทุกด้านก่อน ทำเลย....ทำเลยดีกว่า เพราะเมื่อเราก้าวออกจากประตูบ้าน เราจะพบเส้นทางมิตรภาพ" 

คอยติดตามความเคลื่อนไหวเบื้องหน้าเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ทีมข่าวเราจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ หรือติดตามทางเพจหลักของค่ายภาพยนตร์แอ็คเทเว็นตี้เอ้ท หรือติดตาม Facebook ผู้กำกับโดยตรง @West West Saha ค่ะ