"รมว.ธรรมนัส" สั่งกรมชลฯ เร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่น่าน

"รมว.ธรรมนัส" สั่งกรมชลฯ เร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่น่าน





ad1

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมมอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับฟังปัญหาจากเกษตรกรจังหวัดน่าน

วันนี้ 19 พ.ค 67 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอรรถกร สิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารจากกรมต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมลงพื้นที่ ซึ่งมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรให้การต้อนรับ

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นต้นน้ำแต่เหลือน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร เพียง 1% จึงต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมทั้งภาพรวมของจังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำ จึงเป็นวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาในครั้งนี้ด้วยเพิ่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ รวมทั้งเรื่องที่ดินทำกิน และการเพิ่มผลผลิตมูลค่าสูงของสินค้าทางการเกษตร

โดยประชาชนได้นำเสนอปัญหา อาทิ การขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตร การขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ การขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมปรับปรุงบำรุงฝาย ปัญหาข้าวโพด ปัญหาราคาวัว กระบือ ราคาตกต่ำ เป็นต้น ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ได้เห็นชอบจัดสรรงบประมาณในเบื้องต้น กว่า 100 ล้านบาทแล้ว ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดน่าน

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่เพื่อมารับฟังปัญหาประชาชนและร่วมทำงานกับาส่วนราชการในพื้นที่เป็นหนึ่งในแนวนโยบายของการทำงานในรัฐบาลนี้ ที่จะยกระดับสินค้าทางการเกษตรโดยใช้ตลาดนำ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ 

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 200 ราย ส่งมอบแหล่งน้ำ ในไร่นานอกเขตชลประทาน จำนวน 67 บ่อ ส่งมอบปัจจัยการผลิตปรับปรุงพื้นที่ดิน มอบหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ จำนวน 100,000 กล้า มอบเมล็ดพันธุ์ข้าว มอบคูปอง depa ระบบน้ำเกษตรอัจฉริยะแก่เกษตรกร มอบพันธุ์สัตว์น้ำชนิดปลาตะเพียนขาว จำนวน 100,000 ตัว ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร จำนวน 11 หมู่บ้าน มอบกรรมสิทธิ์โค กระบือของธนาคารโค กระบือ จำนวน 30 ราย ทั้งนี้มุ่งหวังให้เกษตรกรอยู่ดีกินดี ตั้งเป้าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปีนี้

สำหรับพื้นที่ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ประกอบกับไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ กรมชลประทาน ได้วางแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำสมุนพร้อมแก้มลิงและระบบส่งน้ำ รวมทั้งจัดทำแผนขุดลอกแก้มลิงหลงส้มป่อย เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งไว้ใช้อุปโภคบริโภค และการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 3,000 ไร่ รวมทั้ง ยังเป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งได้อีกด้วย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง หอประชุม 2 โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดหาที่ดิน หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ 52.31 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ด้านท้ายในเขตอำเภอท่าวังผา เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร มีครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 6,300 ครัวเรือน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 35,558 ไร่

นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด สร้างรายได้เสริมให้กับประชาชน รวมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคตได้อีกด้วย