Loading...


บทเรียนธุรกิจไทยตามรอย “จีน” Digital Transformation ฝ่าวิกฤติ Covid-19










การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะจบลงเมื่อใด แต่ปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงและปรับตัวทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Transformation เพื่อให้อยู่รอดฝ่าข้ามวิกฤติในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว แม้ท่ามกลางผู้รอดชีวิตย่อมมีผู้พ่ายแพ้ต้องล้มหายตายจาก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ธุรกิจที่อยู่รอดกลางมรสุมวิกฤติไวรัส Covid-19 ในประเทศไทยมีบทเรียนคล้ายกับประสบการณ์อันแสนขมขื่นที่จีนเคยประสบวิกฤตการณ์ระบาดของโรคทางเดินหายใจแบบเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส เมื่อปี 2003 ที่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้กลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจดิจิทัล ( Digital Economy) ในปัจจุบัน

 

ธุรกิจแรกเป็นธุรกิจ Delivery และ E-Commerce เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ในไทยต่างต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home และจากมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จึงมีความต้องการส่งสินค้าและอาหารทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น ธุรกิจ Delivery และ E-Commerce จึงเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน

 

ทิศทางธุรกิจ Delivery เติบโตสูงเช่นกัน จากเดิมประชาชนคนไทยนิยมออกไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าตามห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า เพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ทว่าเมื่อเกิดวิกฤติไวรัส Covid-19 ยิ่งปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด มีการให้บริการชำระเงินที่หลากหลาย นับเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ Delivery และ E-Commerce ย่อมสามารถให้บริการแก่ลูกค้าแบบครบวงจรได้ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและสั่งอาหารทางออนไลน์แบบรับประทานได้ทันที (Ready to Eat) เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยนิยมรับประทานอาหารที่ร้านหรือสั่งอาหารทางออนไลน์มากกว่าซื้อวัตถุดิบสดมาปรุงเองที่บ้าน (Ready to Cook ) เพราะมองว่าต้นทุนสูงกว่าและสภาพที่อยู่อาศัยบริเวณห้องครัวอุปกรณ์ไม่พร้อมและคับแคบ การรับประทานอาหารที่ร้านในห้างสรรพสินค้า หรือ สั่งทางออนไลน์สะดวกสบายกว่า เช่นเดียวกับอุปนิสัยการบริโภคของคนจีนที่นิยมสั่งอาหารผ่าน App Food Delivery

 

แต่อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์คนไทย คาดการณ์ว่าแนวโน้มในอนาคต ทั้งไทย – จีน จะเปลี่ยนไปเป็นสั่งอาหารแบบพร้อมปรุง (Ready to Cook) มากขึ้นภายหลังสถานการณ์ ไวรัส Covid-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เนื่องจากประชาชนคำนึงถึงสุขภาพตัวเองมากขึ้น ต้องการสารอาหารที่ดีมีคุณภาพสูงมาสร้างเสริมภูมิต้านทานไวรัส Covid-19 จากวัตถุดิบธรรมชาติที่ปลอดภัยปราศจากสารเคมีและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

 

เช่นเดียวกับธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดสถานการณ์ขณะนี้ คล้ายกับสถานการณ์ในจีนที่เคยเกิดวิกฤติการณ์ระบาดของโรคทางเดินหายใจแบบเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส เมื่อปี 2003 เป็นช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจได้จังหวะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสตั้งไข่ธุรกิจ Delivery และ E-Commerce ในจีนให้เติบโตเนื่องจาก ชาวจีนหันมาสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน เพราะกลัวติดเชื้อไวรัสซาร์ส


Loading...

จากวันนั้น ปี 2003 จนปัจจุบัน จีนมีมูลค่าธุรกิจ E-Commerce ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว โดยเฉพาะ “อาลีบาบา” ของ แจ็คหม่า มหาเศรษฐีนักธุรกิจอีคอมเมิร์ชระดับโลก สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลจากแพลตฟอร์ม “เถาเป่า” (Taobao) ดังนั้นการระบาดของไวรัส Covid-19 ในครั้งนี้ได้กระตุ้นให้ธุรกิจออนไลน์ ทั้งไทย และ จีน กลับมาเติบโตอีกครั้ง

เช่นเดียวกับ “ธุรกิจการศึกษาออนไลน์” ในช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ถือเป็นวิกฤติและโอกาส ในการพัฒนาการศึกษา “ออนไลน์” Online และ “ออฟไลน์” Offline ให้พัฒนาไปด้วยกัน แม้ว่าก่อนหน้าจะเกิดวิกฤติไวรัส Covid-19 ไม่คาดคิดว่าความสนใจการเรียนออนไลน์จะได้รับความนิยมมากมายเหมือนปัจจุบันนี้ ทั้งโรงเรียน ครูและนักเรียนต่างถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องเข้าสู่โหมดการเรียนการสอนทางออนไลน์

 

หรือแม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำงานอยู่กับบ้าน (Work from Home ) จำเป็นต้องมีทักษะพร้อมกับต้องลงทุนระบบและอุปกรณ์ Smart Device ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเรียนด้วยตัวเองจากที่บ้าน หรือ Home school นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาครั้งใหญ่ คาดว่าในอนาคตการศึกษาจะเน้นหนักไปที่การเรียนออนไลน์มากกว่า โดยเฉพาะวิชาหรือทักษะขั้นพื้นฐานที่ต่อไปไม่จำเป็นต้องเรียนในชั้นเรียนอีกแล้ว เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูงจากการจ้างวิทยากร สถานที่ การเดินทาง หรือ ความกังวลเรื่องไวรัส Covid-19 การเว้นระยะห่างทางสังคมยังคงมีอยู่ จึงทำให้ประชาชนจะนิยมเรียนออนไลน์ ส่วนการเรียนออฟไลน์ จะไปเน้นการเรียนการสอนในวิชาหรือทักษะที่ซ้บซ้อนหรือเข้าใจยากในสถาบันการศึกษาแบบเก่าเช่นเดิม

ขณะเดียวกัน ธุรกิจแพลตฟอร์มรองรับ “การทำงานออนไลน์อยู่กับบ้าน” หรือ work from home ในประเทศไทย โปรแกรมการเรียนการสอนหรือประชุมทางออนไลน์ของ Zoom ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ฝีมือคนไทยเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ได้ทำให้การดำเนินธุรกิจที่ต้องมีการติดต่อกับลูกค้าเปลี่ยนรูปแบบไป หลายๆ บริษัทปฎิวัติองค์กรตัวเองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Transformation หันมาทำงานแบบ work from home เป้าหมายเพื่อพัฒนาองค์กร ยกระดับการแข่งขันและทันต่อสถานการณ์ ตั้งแต่ธุรกิจ SME ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ไปจนถึงบริษัทมหาชน จำเป็นต้องปรับตัว เช่นเดียวกับในประเทศจีน “Tencent” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจไอที ได้เปิดตัว ระบบประชุมผ่าน Video Conference สุดอันล้ำสมัย Tencent Meeting แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

 

 

ต่อมาเป็น “ธุรกิจการแพทย์ทางไกล” หรือ Telehealth เติบโตสูงมากในไทยเพื่อนำมาลดความแออัดการใช้บริการในโรงพยาบาล ลดภาระและความเสี่ยงติดเชื้อต่อบุคลากรทางการแพทย์ มาส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ “Non-communicable diseases” หรือ NCDs อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหอบหืด เป็นต้น เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตหากติดเชื้อไวรัส Covid-19 และที่สำคัญมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล "Covid-19 Tracker" ต้นแบบมาจากประเทศจีน เป้าหมายเหมือนกัน คือ เพื่อติดตามและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั้งที่เป็นคนไทย คนไทยที่เดินทางกลับประเทศ และคนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ ถือเป็นแนวทางและมาตรการเข้มข้นสำหรับรับมือกับสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ภายหลังที่ภาครัฐประกาศ “ปลดล็อคดาวน์” เปิดน่านฟ้าให้มีการเคลื่อนย้ายคนระหว่างประเทศ



สุดท้าย คือ “ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ” เนื่องจากแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันไวรัส Covid-19 ที่ดีที่สุด คือ การรู้จักดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักเรื่องการสร้างภูมิต้านทานด้านสุขภาพด้วยการบริโภคอาหาร “สมุนไพรจีน” และ “สมุนไพรไทย” โดยเฉพาะประเทศจีน “สมุนไพรจีน” ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของโลก ประชาชนจึงเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร ควรมีสรรพคุณทางยา เหมือนยาสมุนไพรจีน หากสังเกตจะพบว่าส่วนประกอบอาหารจีน ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพร ถึง 80% ปัจจุบันคนจีน หรือ แม้แต่คนไทย นิยมรับประทานพืชสมุนไพร ไม่ได้เน้นบริโภคเพื่อความอร่อยอีกต่อไป แต่เน้นบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สร้างภูมิคุ้มกันไวรัส Covid-19 ดังนั้นธุรกิจอาหารพืชสมุนไพรจีนในประเทศไทยจะเติบโตอย่างแน่นอน

ทักษะที่ภาคธุรกิจต้องมีในอนาคต คือ ทักษะในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจให้ทันกับสถานการณ์ Technology Adoption เพราะปัจจุบันเกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ ศาสตร์ที่ต้องให้ความสำคัญในอนาคตที่ประชากรโลกให้ความใส่ใจ คือ สุขภาพ การแพทย์ และ การศึกษา นี่คือแทรนด์ทางธุรกิจในโลกยุค Post - Covid-19 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญโดยมีจีนเป็นต้นแบบการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

 




ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : เศรษฐกิจดิจิทัล ( Digital Economy)   Covid-19  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ