Loading...


ครอบครัว"วันเฉลิม"ถูกอุ้มหายพนมเปญทำใจแล้ว










น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่หายตัวไปอย่างลึกลับกลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า ในความรับรู้ของครอบครัวในขณะนี้ ยังไม่ทราบว่านายวันเฉลิมยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ทางผู้ส่งข่าวซึ่งอยู่ต่างประเทศและติดต่อกันตลอดยังบอกให้หนักแน่นไว้ก่อน

"ต้องทำใจแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป สภาพจิตใจของครอบครัว คุณแม่ทำใจไว้แล้วประมาณ 6 ปี ตั้งแต่ลี้ภัย โดยบอกว่าลูกได้เลือกทางเดินของตัวเองแล้ว แต่ตนยังทำใจไม่ได้ เพราะคุยกันทุกวัน ไม่รู้จะพูดอย่างไร สำหรับสาเหตุที่ถูกอุ้ม ยอมรับว่ามืดแปดด้าน เพราะเท่าที่คุยกันนายวันเฉลิมไม่ได้เคลื่อนไหวหรือยุ่งเรื่องการเมืองแล้ว แต่หันมาสนใจทำธุรกิจที่กัมพูชาเป็นหลัก จึงไม่ได้ระวังตัว" 

เราก็พยายามบอกน้องแบบนี้ คือให้มาทางธุรกิจ แต่เรื่องที่เขาไปทำอะไรนอกเหนือจากที่เขาเล่าให้ฟัง เราก็ไม่รู้จริงๆ เขาเองก็ไม่ได้ระวังตัว เท่าที่คุยกัน เขาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว เลยงง เขาไม่ได้เซฟตัวเอง ลงไปซื้อของปกติ คนเราถ้ารู้ว่ามีอะไรต้องระวังตัวหรือไม่ แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้เคลื่อนไหวแล้วจึงไม่ระวังตัว 

ส่วนเรื่องเป็นแอดมินเพจเคยถามเขา เขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นแอดมินเพจอะไรเลย มีแต่เฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างเดียวเท่านั้น ศาลก็ยกฟ้องไปแล้ว ไม่ทราบว่าทำไมมีคนนำไปโยง เราเห็นข่าวในทวิตเตอร์ อยากบอกตรงนี้ว่า น้องเราไม่เคยเป็นแอดมินเพจไหน จากสำนวนการเขียนก็ไม่ใช่อยู่แล้วและหากได้เงินจากทักษิณ 100 ล้านจริงๆ ครอบครัวคงไม่ลำบากแบบนี้

ส่วนประเด็นลี้ภัยไปยุโรปปลายปีที่แล้ว น้องบอกว่ามีคนมาถามว่าจะลี้ภัยไปยุโรปหรือไม่ เพราะห่วงความปลอดภัย จากการที่มีผู้ลี้ภัยถูกอุ้ม เลยบอกให้ตัดสินใจด้วยตนเอง เราให้คำปรึกษาไปในแนวทางว่าถ้าไปฝรั่งเศสจะไปทำอะไร จะอยู่อย่างไร อยู่ที่นี่เขามีพรรคพวกที่มีคอนเน็กชั่น มีคนรู้จัก 

เราเลยถามเขาว่าถ้าไม่ยุ่งเรื่องการเมืองแล้วมาโฟกัสเรื่องธุรกิจดีไหม เพราะคนที่สนิทกับเขามีที่ดินว่างเปล่าที่ทำการเกษตรได้ พอเกิดโควิด เกิดปัญหาเรื่องอาหาร ก็มาคุยกันว่าเดี๋ยวจะปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกกล้วยหอม มีนักธุรกิจที่กัมพูชาได้สัมปทานปลูกกล้วยหอมมา เรามองว่าการเมืองมันซาไปแล้ว ไม่มีอะไร ทำไมจึงกลับมาเกิดเรื่องนี้ได้ก็ไม่รู้จริงๆ” นางสาวสิตานันกล่าว 

น.ส.สิตานัน กล่าวว่า ส่วนข่าวว่าทหารไปหาคุณแม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จริงๆ แล้วเป็นตำรวจ ไปถามว่าวันเฉลิมอยู่ไหม กลับมาบ้านหรือเปล่า ซึ่งตนและคุณแม่มองว่าเป็นการมาติดตามคนหนีคดีตามปกติมากกว่า

ส่วนจะเชื่อมโยงกับการพาตัวน้องชายครั้งนี้หรือไม่ ตนไม่ทราบจริงๆ ก่อนหน้านี้น้องชายทราบว่าถูกติดตามจากชายแปลกหน้าคนไทย 3 ราย จึงแอบถ่ายภาพไว้ขณะอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งและบอกเพื่อนๆ ให้รับทราบ 

ตนยังบอกให้ระวังตัว แต่เพื่อนเขาเคยเตือนว่าให้ย้ายที่อยู่ ความรู้สึกในขณะนี้ ตนไม่ได้โกรธเคืองใคร เราแค่อยากได้น้องชายเราคืน หรือถ้าไม่คืน ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว มันเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่าง เหมือนจอดรถแล้วทะเลาะกันยิงกัน ย้อนกลับมาไม่ได้ ต้องคิดว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร ทำอะไรได้บ้างกับการเรียกร้องสิทธิ


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ